สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ นโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ และ กกต.
พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอนโยบายเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง โดยรวบรวมนโยบายทั้งสิ้น 91 นโยบาย เพื่อแก้ปัญหาความยากจนใน 4 มิติ ได้แก่ หายจนเงิน หายจนใจ หายจนปัญญา และหายจนตรอก
นโยบายทั้งหมดใช้วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 2.1 ล้านล้านบาท โดยมีแหล่งที่มาจากงบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก รวมถึงการบริหารงบประมาณเดิมและการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) รายละเอียดนโยบายทั้งหมดถูกรวบรวมและแบ่งกลุ่มได้ดังนี้
นโยบายเศรษฐกิจและการเกษตร (หายจนเงิน)
- ประกันรายได้เกษตรกร ใช้งบ 360,000 ล้านบาท จากงบประมาณแผ่นดิน มุ่งสร้างเสถียรภาพรายได้เกษตรกร ประโยชน์คือชาวนาวางแผนการเงินได้ ผลกระทบคือลดภาระหนี้ ความเสี่ยงคือราคาสินค้าโลกตกต่ำ
- ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน ใช้งบ 120,000 ล้านบาท รัฐช่วยจ่ายส่วนต่างค่าแรงในพื้นที่ค่าครองชีพสูง ประโยชน์คือแรงงานมีรายได้เพียงพอ ผลกระทบคือเพิ่มกำลังซื้อ ความเสี่ยงคือภาวะเงินเฟ้อ
- เปลี่ยนสินค้าเกษตรเป็นอุตสาหกรรมอาหาร ใช้งบ 1,200 ล้านบาท มุ่งแปรรูปสินค้าเกษตร ประโยชน์คือเพิ่มมูลค่าส่งออก ผลกระทบคือสร้างงานใหม่ในท้องถิ่น ความเสี่ยงคืองบประมาณไม่ทั่วถึง
- เศรษฐกิจคนทำเป็น Talent Economy ใช้งบ 1,100 ล้านบาท สร้างห้องสมุดภูมิปัญญาท้องถิ่น ประโยชน์คือสร้างรายได้ยั่งยืนจากซอฟต์พาวเวอร์ ความเสี่ยงคือความชัดเจนของรูปแบบบริการ
- สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นอุตสาหกรรมทักษะสูง เช่น EV และ AI ประโยชน์คือสร้างงานรายได้สูงในอนาคต ความเสี่ยงคือการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
- สนับสนุน SME และ Venture Fund ไทยทำ ไทยใช้ ไทยรุ่งเรือง ใช้งบ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ SME เข้าถึงการจัดซื้อรัฐ ประโยชน์คือธุรกิจรายย่อยเติบโต ความเสี่ยงคือการกระจายงบไม่ทั่วถึง
- เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้น FTA และตลาดใหม่ ประโยชน์คือเพิ่มรายได้เข้าประเทศ ผลกระทบคือบูรณาการทำงานรัฐ ความเสี่ยงคือมาตรการกีดกันการค้า
- พันธบัตรป่าไม้ (Forest Bond) ใช้งบ 1,000 ล้านบาท มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกป่าขายคาร์บอนเครดิต ประโยชน์คือลดโลกร้อนและมีรายได้ประจำ ความเสี่ยงคืออัตราการรอดของกล้าไม้
- ประมงยั่งยืน ฟื้นฟูทะเลไทย ใช้งบ 210 ล้านบาท เยียวยาเรือที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายใหม่ ประโยชน์คือชาวประมงกลับมามีอาชีพ ความเสี่ยงคือความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย
- เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งสร้างมูลค่าการท่องเที่ยวสูง ประโยชน์คือกระจายรายได้สู่ชุมชนเมืองรอง ความเสี่ยงคือปัจจัยภายนอกที่กระทบการท่องเที่ยว
- ไทยผลิตเอง-ไทยมั่นคง ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ประโยชน์คือลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์ ความเสี่ยงคือต้นทุนวิจัยที่สูง
- Made in (จังหวัด) เชื่อมจังหวัดเชื่อมโลก ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งสร้างแบรนด์สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประโยชน์คือสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้จังหวัด ความเสี่ยงคือการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่สะท้อนจุดเด่นจริง
- สลากออมทรัพย์จังหวัด ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเปลี่ยนเงินเสี่ยงโชคเป็นเงินออม ประโยชน์คือประชาชนมีเงินออมยามเกษียณ ความเสี่ยงคือการยอมรับของประชาชนในพื้นที่
- ภาษี Pre-IPO ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเก็บภาษีกำไรหุ้นหลังเข้าตลาด ประโยชน์คือสร้างความเป็นธรรมทางภาษี ความเสี่ยงคือความซับซ้อนทางกฎหมาย
- ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นผู้มีรายได้ไม่เกิน 40,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี ประโยชน์คือเพิ่มกำลังซื้อ ความเสี่ยงคือรัฐสูญเสียรายได้บางส่วน
- ปุ๋ยและอุปกรณ์เกษตรราคาถูก ใช้งบ 700 ล้านบาท มุ่งลดต้นทุนด้วยระบบแบ่งปัน ประโยชน์คือเกษตรกรลดรายจ่าย ความเสี่ยงคืออำนาจต่อรองของเกษตรกรในพื้นที่
- ลดหนี้ครัวเรือน/ดอกเบี้ยนอกระบบ ใช้งบ 22,500 ล้านบาท มุ่งพักหนี้กลุ่มเปราะบาง ประโยชน์คือเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน ความเสี่ยงคือวินัยทางการเงินของลูกหนี้
- ซื้อหนี้เกษตรกร ใช้งบ 80,000 ล้านบาท เปลี่ยนจากพักหนี้เป็นซื้อหนี้คืนให้เกษตรกรผ่อนกับรัฐ ประโยชน์คือรักษาที่ดินทำกิน ความเสี่ยงคือระบบคัดกรองลูกหนี้
- เกษตรปลอดภัย Agri-ID ใช้งบ 500 ล้านบาท มุ่งใช้รหัสตรวจสอบที่มาผลผลิต ประโยชน์คือสร้างความเชื่อมั่นในการส่งออก ความเสี่ยงคือเกษตรกรบางส่วนไม่เข้าระบบ
นโยบายสวัสดิการ สังคม และสุขภาพ (หายจนใจ)
- โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย ใช้งบ 144,000 ล้านบาท (ขวัญถุง 5,000 บ./อุดหนุนรายเดือน 5,000 บ.) ประโยชน์คือเตรียมประชากรคุณภาพ ความเสี่ยงคือภาระงบประมาณระยะยาว
- เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า ใช้งบ 672,000 ล้านบาท ประโยชน์คือผู้สูงอายุมีรายได้พื้นฐาน ผลกระทบคือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ความเสี่ยงคือความยั่งยืนทางการคลัง
- เบี้ยคนพิการคุณสอง ใช้งบ 82,000 ล้านบาท มุ่งเพิ่มเบี้ยเป็น 1,600-2,000 บาท ประโยชน์คือคนพิการมีทุนชีวิต ความเสี่ยงคือความทั่วถึงของอุปกรณ์ช่วยเหลือ
- 50,000 บาท เพื่อบ้านปลอดภัยผู้สูงวัย-ผู้พิการ ใช้งบ 20,000 ล้านบาท ซ่อมบ้านผู้สูงอายุและคนพิการ ประโยชน์คือลดอุบัติเหตุและความเหลื่อมล้ำ ความเสี่ยงคือความโปร่งใสในการคัดเลือกบ้าน
- แปลงบ้านเป็นบำนาญ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งให้ผู้สูงอายุได้รับเงินรายเดือนโดยใช้บ้านค้ำประกัน ประโยชน์คือมีความมั่นคงทางการเงิน ความเสี่ยงคือการประเมินราคาทรัพย์สิน
- ทำฟันสูงวัย Fasttrack ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งลดเวลารอคิวและยกคุณภาพบริการ ประโยชน์คือสุขภาพช่องปากดี ความเสี่ยงคือบุคลากรในพื้นที่ห่างไกลไม่เพียงพอ
- จ้างงานคนพิการ 1% จ้างจริง ไม่จ่ายหลบ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งให้รัฐเป็นแบบอย่างในการจ้างงาน ประโยชน์คือคนพิการมีรายได้ยั่งยืน ความเสี่ยงคือข้อมูลการจ้างงานปลอม
- สร้างแรงจูงใจสร้างเสริมสุขภาพ ใช้งบ 2,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการป้องกันโรค NCDs ประโยชน์คือลดงบรักษาโรคของรัฐ ความเสี่ยงคือการจูงใจประชาชนไม่ได้ผล
- พัฒนาระบบแพทย์ฉุกเฉิน ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งลดการตายก่อนถึงมือหมอ ประโยชน์คือเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ความเสี่ยงคือปัจจัยอุบัติเหตุที่ควบคุมไม่ได้
- ดูแลบุคลากรแพทย์/กองทุนเยียวยา ใช้งบ 500 ล้านบาท มุ่งลดภาระงานและป้องกันการฟ้องร้อง ประโยชน์คือแพทย์มีขวัญกำลังใจ ความเสี่ยงคือความยุ่งยากของกฎหมายเยียวยา
- Thai Sky Doctor ใช้งบ 40 ล้านบาท ประโยชน์คือช่วยชีวิตผู้ป่วยพื้นที่ห่างไกลด้วยการส่งทางอากาศ ความเสี่ยงคือค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวที่สูง
- ปฏิรูป สปสช. ใช้งบ 80 ล้านบาท มุ่งใช้ระบบเบิกจ่าย E-claim ประโยชน์คือโรงพยาบาลมีสภาพคล่อง ความเสี่ยงคือมาตรฐานการตรวจสอบข้อมูล
- สนับสนุน Health Link ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเชื่อมข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ ประโยชน์คือประชาชนรักษาได้ทุกที่ ความเสี่ยงคือความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
- Telemedicine รักษาได้ทุกที่ทันที ไม่ใช้งบประมาณ ประโยชน์คือลดความแออัดและค่าเดินทางผู้ป่วย ความเสี่ยงคือระบบอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่
- เงินสมทบ กอช. 3,600 บาท/ปี ใช้งบ 8,000 ล้านบาท ประโยชน์คือประชาชนมีเงินออมยามเกษียณเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงคือวินัยการออมของประชาชน
- กองทุนสวัสดิการชุมชน ใช้งบ 3,200 ล้านบาท มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งระดับท้องถิ่น ประโยชน์คือมีสวัสดิการชุมชน ความเสี่ยงคือความโปร่งใสของคณะกรรมการ
- โฉนดชุมชนยกระดับ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งรับรองสิทธิที่ดินทำกินร่วมกัน ประโยชน์คือลดความขัดแย้งกับรัฐ ความเสี่ยงคือการเปลี่ยนมือหรือขายสิทธิ
- ความมั่นคงแรงงานอิสระ Freelance ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นมาตรฐานสัญญาจ้าง ประโยชน์คือแรงงานนอกระบบมีหลักประกัน ความเสี่ยงคือผู้ว่าจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎ
- ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นความรับผิดชอบในสินค้า ประโยชน์คือประชาชนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ความเสี่ยงคือการบังคับใช้กฎหมายที่ล่าช้า
- Smart OCPB สคบ. ดิจิทัล ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นการร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ ประโยชน์คือความเร็วและโปร่งใส ความเสี่ยงคือการทุจริตในระบบดิจิทัล
- ยกระดับความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นความเสมอภาคในทุกนโยบายรัฐ ประโยชน์คือสังคมยอมรับความหลากหลาย
- ยุติธรรมเพื่อเด็กและสตรี ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ประโยชน์คือสังคมปลอดภัยขึ้น ความเสี่ยงคือทัศนคติเดิมของเจ้าหน้าที่
- สวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงและสัตว์ไร้บ้าน ใช้งบ 1,200 ล้านบาท (จดทะเบียน/ทำหมัน/ศูนย์พักพิง) ประโยชน์คืออนามัยชุมชนดีขึ้น ความเสี่ยงคือการจัดการงบประมาณต่อเนื่อง
- สถานีสุขภาพ อสม. ใช้งบ 2,000 ล้านบาท มุ่งให้ อสม. ดูแลสุขภาพเบื้องต้นในชุมชน ประโยชน์คือลดภาระโรงพยาบาล ความเสี่ยงคือคุณภาพมาตรฐานการตรวจ
นโยบายการศึกษาและเยาวชน (หายจนปัญญา)
- บุฟเฟต์การศึกษา Edu Coupon ใช้งบ 30,000 ล้านบาท ให้ประชาชนเลือกเรียนทักษะใหม่ ประโยชน์คือลดการว่างงาน ความเสี่ยงคือหลักสูตรไม่ทันยุคสมัย
- ปฏิรูป กยศ. ใช้งบ 2,000 ล้านบาท มุ่งลดหนี้เสียและสร้างแรงจูงใจในการจ่ายหนี้ ประโยชน์คือโอกาสทางการศึกษา ความเสี่ยงคือวินัยผู้กู้
- รายได้ระหว่างเรียน ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งส่งเสริมงาน Part-time ที่ปลอดภัย ประโยชน์คือเด็กมีทักษะและรายได้ ความเสี่ยงคือการถูกเอาเปรียบจ้างแรงงาน
- เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ใช้งบ 86,400 ล้านบาท (รวมสวัสดิการอาหารและเดินทาง) ประโยชน์คือกระจายโอกาสเท่าเทียม ความเสี่ยงคือการบริหารงบที่ซับซ้อน
- โรงเรียนมีสุข ปลอดภัย ใช้งบ 2,000 ล้านบาท มุ่งเน้นสุขภาพจิตและระบบ AI เตือนภัย ประโยชน์คือเด็กเรียนอย่างมีความสุข ความเสี่ยงคือความเหลื่อมล้ำเทคโนโลยี
- Flexible Curriculum หลักสูตรยืดหยุ่นทันสมัย ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งปฏิรูปหลักสูตรให้ยืดหยุ่น ประโยชน์คือเด็กพัฒนาตามศักยภาพ ความเสี่ยงคือครูอาจปรับตัวไม่ทัน
- English for all ใช้งบ 24,000 ล้านบาท จ้างครูต่างชาติ 20,000 คน ประโยชน์คือยกระดับภาษาเด็กไทย ความเสี่ยงคือการสรรหาครูที่มีคุณภาพ
- อาชีวะปลด(ล็อค)-ปรับ-เปลี่ยน ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นทวิภาคีจบแล้วมีงานทำทันที ประโยชน์คือแรงงานฝีมือคุณภาพ ความเสี่ยงคืองบประมาณอุปกรณ์ที่ไม่เพียงพอ
- “ครูยิ้มได้” กองทุนพัฒนาครู ใช้งบ 10,640 ล้านบาท มุ่งลดภาระเอกสารให้ครูสอนเต็มที่ ประโยชน์คือคุณภาพการเรียนดีขึ้น ความเสี่ยงคือการต่อต้านระบบเดิม
- กระจายอำนาจการจัดการศึกษา ใช้งบ 80 ล้านบาท มุ่งให้โรงเรียนท้องถิ่นจัดการตนเอง ประโยชน์คือความคล่องตัว ความเสี่ยงคือการทุจริตระดับท้องถิ่น
นโยบายการเมือง การบริหาร และโครงสร้างพื้นฐาน (หายจนตรอก)
- ยกเลิกกฎหมายไม่จำเป็น ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งลดอุปสรรคทางธุรกิจ ประโยชน์คือเพิ่มขีดความแข่งขัน ความเสี่ยงคือผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐเดิม
- ปฏิรูปองค์กรตรวจสอบทุจริต ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นความเป็นอิสระและยึดโยงประชาชน ประโยชน์คือความโปร่งใส ความเสี่ยงคือการแทรกแซงทางการเมือง
- ป้องกันทุจริตนักการเมือง ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเปิดบัญชีทรัพย์สินละเอียด ประโยชน์คือประชาชนตรวจสอบได้ ความเสี่ยงคือการซ่อนทรัพย์สินรูปแบบใหม่
- ปฏิรูปแต่งตั้งข้าราชการ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นความโปร่งใสลดการซื้อขายตำแหน่ง ประโยชน์คือระบบราชการเข้มแข็ง ความเสี่ยงคือความล่าช้าในขั้นตอน
- งบโปร่งใส ส่องรัฐ ใช้งบ 80 ล้านบาท มุ่งเน้น AI ตรวจทุจริตโครงการรัฐ ประโยชน์คือลดคอร์รัปชัน ความเสี่ยงคือข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน
- คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งให้ประชาชนกล้าแจ้งทุจริต ประโยชน์คือความยุติธรรม ความเสี่ยงคือความไม่เชื่อมั่นในระบบรักษาความลับ
- จัดการสินทรัพย์รัฐ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นความคุ้มค่าลดการสร้างอาคารใหม่ ประโยชน์คือประหยัดงบรัฐ ความเสี่ยงคือการคัดค้านจากหน่วยงาน
- ตัดวงจรสแกมเมอร์ ใช้งบ 580 ล้านบาท มุ่งเน้น AI ป้องกันมิจฉาชีพ ประโยชน์คือปกป้องทรัพย์สินประชาชน ความเสี่ยงคือมิจฉาชีพเปลี่ยนวิธีรวดเร็ว
- มาตรการจัดซื้อแบบชดเชย Offset Policy ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการจัดซื้อ ประโยชน์คืออุตสาหกรรมไทยก้าวหน้า ความเสี่ยงคือราคาสินค้าที่อาจสูงขึ้น
- One-ID / Citizen Wallet ใช้งบ 500 ล้านบาท มุ่งใช้ฐานข้อมูลเดียวเข้าถึงสวัสดิการ ประโยชน์คือลดขั้นตอนรัฐ ความเสี่ยงคือความปลอดภัยทางไซเบอร์
- ราชการในมือถือ ใช้งบ 500 ล้านบาท ประโยชน์คือติดต่อรัฐได้สะดวกทุกที่ลดการใช้กระดาษ ความเสี่ยงคือประชาชนบางกลุ่มเข้าไม่ถึง
- ร่างกฎหมายรัฐเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นความโปร่งใสในข้อมูลโครงการ ประโยชน์คือตรวจสอบได้ ความเสี่ยงคือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- ดิจิทัลเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งแก้ไข PDPA ให้คุ้มครองจริง ประโยชน์คือประชาชนอุ่นใจ ความเสี่ยงคือหน่วยงานปรับตัวไม่ทัน
- Data Economy ใช้งบ 1,500 ล้านบาท มุ่งเน้นเศรษฐกิจข้อมูล ประโยชน์คือสร้างรายได้และนวัตกรรมใหม่ ความเสี่ยงคือการผูกขาดเทคโนโลยี
- รัฐช่วยตรงจุด ไม่รั่วไหล ใช้งบ 70 ล้านบาท ประโยชน์คือเกษตรกรได้รับสวัสดิการถูกต้องแม่นยำ ความเสี่ยงคือความถูกต้องของข้อมูลพื้นฐาน
- ยกระดับกิจการอวกาศไทย Space Enabler ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งสู่อุตสาหกรรมอวกาศ ประโยชน์คือเพิ่มงานทักษะสูง ความเสี่ยงคือความล่าช้าในการปรับปรุงกฎหมาย
- AI Ready ใช้งบ 200 ล้านบาท มุ่งเน้นการฝึกทักษะ AI ทั่วประเทศ ประโยชน์คือคนไทยพร้อมสู่โลกอนาคต ความเสี่ยงคืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ
- กองทุนคมนาคมเพื่ออนาคต ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งใช้รายได้จากโครงการเดิมมาต่อยอด ประโยชน์คือลดการกู้เงิน ความเสี่ยงคือผลตอบแทนไม่เข้าเป้า
- ไทยฟ้าใหม่ ใช้งบ 520 ล้านบาท มุ่งเน้นคาร์บอนเครดิตและกองทุนสิ่งแวดล้อม ประโยชน์คืออากาศสะอาด ความเสี่ยงคือเอกชนไม่ปรับตัว
- ฝุ่น PM 2.5 ลดได้ ใช้งบ 100 ล้านบาท มุ่งใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดและแก้ที่ต้นเหตุ ประโยชน์คือสุขภาพประชาชน ความเสี่ยงคือมลพิษจากต่างแดน
- เตือนภัยภัยพิบัติ ใช้งบ 800 ล้านบาท มุ่งลดความสูญเสียด้วยระบบแจ้งเตือนทันที ประโยชน์คือประชาชนปลอดภัย ความเสี่ยงคือความซ้ำซ้อนหน่วยงาน
- รับมือภัยคุกคามสมัยใหม่ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งความมั่นคงไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ความเสี่ยงคือโครงสร้างอำนาจที่ไม่ชัดเจน
- จัดการน้ำท่วมเชิงรุก ใช้งบ 100 ล้านบาท ประโยชน์คือพยากรณ์น้ำแม่นยำด้วยแผนที่ดิจิทัล ความเสี่ยงคือความผิดพลาดของระบบข้อมูล
- ทหารอาสา ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งลดการเกณฑ์ทหาร ประโยชน์คือได้ทหารมืออาชีพและความเท่าเทียม ความเสี่ยงคือการจัดสรรงบฝึกหัด
- ปราบยาเสพติด ใช้งบ 100 ล้านบาท มุ่งเน้นการบำบัดและตัดเส้นทางการเงิน ประโยชน์คือสังคมปลอดภัย ความเสี่ยงคือความพร้อมสถานบำบัด
- ประสิทธิภาพราชการ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งลดขนาดราชการเพิ่มความคล่องตัว ประโยชน์คือประหยัดงบประจำ ความเสี่ยงคือการคัดค้านจากภายในระบบ
- การกระจายอำนาจ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งให้อิสระท้องถิ่นในการบริหารงบ ประโยชน์คือบริการประชาชนเร็วขึ้น ความเสี่ยงคืออิทธิพลท้องถิ่นแทรกแซง
นโยบายโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม
- ชลประทานทั้งระบบ ใช้งบ 25,000 ล้านบาท เพิ่มอ่างเก็บน้ำ 20,000 ล้านลิตร ประโยชน์คือเกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี ความเสี่ยงคือผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- เปลี่ยนอากาศเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นคาร์บอนเครดิตจากการเกษตร ประโยชน์คือลดมลพิษ ความเสี่ยงคือราคาตลาดโลกผันผวน
- ขยะสร้างรายได้ ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งเน้นการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ประโยชน์คือเมืองสะอาดสร้างเงินให้ชุมชน ความเสี่ยงคือพฤติกรรมประชาชน
- เส้นทางเพิ่มโอกาสท่องเที่ยว ใช้งบ 25,000 ล้านบาท ประโยชน์คือเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวและเดินทางเร็วขึ้น ความเสี่ยงคือการเวนคืนที่ดิน
- แม่น้ำสายใหม่ ใช้งบ 10,000 ล้านบาท (ขยันนา-ป่าสัก) ประโยชน์คือแก้น้ำท่วมและระบายน้ำสู่ทะเล ความเสี่ยงคือโครงการระยะยาว
- คมนาคมเชื่อมโลก ใช้งบ 50,000 ล้านบาท (รถไฟความเร็วสูง/สนามบินใหม่) ประโยชน์คือไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ความเสี่ยงคือต้นทุนสูง
- โรงงาน Pyrolysis ใช้งบ 800 ล้านบาท เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ประโยชน์คือลดขยะล้นเมือง ความเสี่ยงคือความเชี่ยวชาญเทคนิค
- ค่าไฟ 3.50 บาท ไม่ใช้งบประมาณ ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน ประโยชน์คือลดภาระประชาชน ความเสี่ยงคือข้อตกลงกับผู้ผลิตไฟฟ้าเดิม
- เน็ตพื้นฐาน 100 บาท ไม่ใช้งบประมาณ มุ่งให้ทุกคนเข้าถึงเน็ตความเร็วสูง ประโยชน์คือลดความเหลื่อมล้ำข้อมูล ความเสี่ยงคือคุณภาพบริการลดลง
- รถไฟฟ้า+รถเมล์ 30 บาท ใช้งบ 50,000 ล้านบาท ปรับวิธีคำนวณราคาเป็นโซนนิ่ง ประโยชน์คือลดค่าเดินทางคนเมือง ความเสี่ยงคือภาระงบประมาณต่อเนื่อง
- ลดค่าเดินทางทางราง ใช้งบ 280,000 ล้านบาท (รถไฟทางคู่ 6 สาย) ประโยชน์คือกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ความเสี่ยงคือระยะเวลาก่อสร้างที่ยาวนาน