จากกรณีเพจ “CSI LA” มีการเปิดภาพในอดีตของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งทานข้าวกับ นายเบน สมิธ (เบนจมิน เมาเออเบอร์เกอร์) ล็อบบี้ยิสต์ชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งถูกกล่าวหาเชื่อมโยงสแกมเมอร์-ฟอกเงินในกัมพูชา โดยเพจ “CSI LA” ระบุว่า “เบน ทุกอย่างให้เธอแล้ว อะไรก็เบน เบนไปทุกที่ รู้จักทุกคน เบนอยู่คู่การเมืองไทยมามากกว่า 20 ปี” พร้อมระบุอีกว่า “ยืนยันไม่ใช่ภาพ AI”
ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก โดยบางคนบิกว่า “เบน สมิท น่าจะกุมความลับของนักการเมืองไทยไว้หลายคน” หรือบางคนบอกว่า “ต่อให้ภาพนี้มัน 20 ปีมาแล้วก็เหอะ นั่งกินข้าวข้างกันเหมือนถูกจัดตำแหน่งให้ได้นั่งคุยกันขนาดนี้จะบอกไม่เคยรู้จักหรือบังเอิญถ่ายรูปติดกันก็ไม่น่าใช่ล่ะนะ” หรือบางคนบอกว่า “ดูการเอนตัวเข้าหา ก็แปลว่าค่อนข้างสนิทหรือให้ความไว้วางใจพอควรนะ” เป็นต้น
ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพ นั่งรับประทานอาหารคู่กับเบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็น รมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรกตามรูปที่เห็นครั้งแรกที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมย์อะไร และผู้หญิง คนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้า แม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นภาพ AI จริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหาเพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ