ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกันถึงภาพรวมการเปิดหน่วยเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติทั่วประเทศ กล่าวว่า ภาพรวมถึงขณะนี้เป็นไปด้วยความคึกคักพอสมควร
แต่อาจมีบางกระบวนการที่มองว่าเกิดความไม่สะดวกหรือคลาดเคลื่อน ซึ่งหน่วยเลือกตั้งของเรามีเกือบ 100,000 หน่วย หากมีข้อผิดพลาดหน่วยใดบ้างนั้นสามารถร้องเรียน และแจ้งเข้ามาได้ เราจะได้แจ้งให้กับหน่วยหรือจังหวัดนั้นๆดำเนินการแก้ไข
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า เบื้องต้นเรามีข้อมูลว่ามีการฉีกบัตรเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่น บางท่านมีอาหารเมาสุรา และมีการฉีกบัตรเลือกตั้ง เราได้มอบหมายให้ กปน. ไปแจ้งความแล้ว และจะมีบางส่วนในพื้นที่ กทม. ที่ติดป้ายไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน เราได้แจ้งไปยัง กทม. ทุกหน่วยให้ดำเนินการแก้ไขแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีจังหวัดน่านที่พบว่ามีการฉีกบัตรผิด ฉีกตาม "รอยพับ" แทนที่จะเป็น "รอยปรุ" ผอ.กกต.น่าน สั่งเปลี่ยนตัว กปน.ทันที หลังฉีกบัตรผิดรอย 69 ใบ รอลุ้น กกต. วินิจฉัย เลือกตั้งใหม่หรือไม่นั้้น ประเด็นนี้ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า เบื้องต้นที่เราตรวจสอบข้อมูลพบว่า กปน. มีการฉีก ซึ่งอาจไม่ได้ดูด้านหน้าของบัตร เลยไปเช็คด้านหลังทำให้บัตรเลือกตั้งมีการฉีกขาด ซึ่งความจริงแล้วตามกฏหมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานหรือพี่น้องประชาชนที่มาใช้สิทธิ์หากผู้ใดทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย ต้องมีแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ซึ่งทางสำนักงานทราบเรื่อง แล้วจึงให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดรายงาน แต่อย่างไรก็ตามมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า “มีมากถึง 69 ใบ ส่งผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่หรือต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่เฉพาะหน่อยนี้” ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ระบุว่า ต้องขออนุญาตตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทาง จ.น่าน ก่อนว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร ขออนุญาตรับเป็นข้อมูลก่อน ส่วนการเลือกตั้งหน่วยนี้ ต้องดำเนินการต่อไป แต่ต้องฉีกบัตรออกจากต้นขั้วเท่านั้น
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ชี้แจงกรณีอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการร้องเรียนว่าหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตบัญชีรายชื่อหายไปทั้งหน่วย ว่า ได้ประสานผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบแล้ว โดยพบว่า หน่วยออกเสียงนอกเขตมีผู้ลงทะเบียนจากหลายจังหวัด ทำให้บัญชีรายชื่อแยกเป็นรายจังหวัด อาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่มีรายชื่อครบถ้วน แต่ในข้อเท็จจริงพบว่ามีการติดบัญชีรายชื่อครบทุกจังหวัด รวมถึงบัญชีหมายเหตุการลงคะแนนครบถ้วนแล้ว
ขณะที่ ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ เปิดเผยความคืบหน้าการปราบปรามการซื้อเสียง ว่า มีการจับกุมเพิ่มเติมหลายพื้นที่ โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมเงินสด 2,000 บาท จังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมเงินสด 83,000 บาท และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม 1 ราย รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย พร้อมโพยรายชื่อและเงินสด 100,000 บาท นอกจากนี้ จังหวัดสกลนครอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูลเพิ่มเติม โดยขณะนี้ทุกคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ กกต. เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมได้อีก
สำหรับกรณีร้องเรียนที่จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 3 มีประชาชนแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้เซ็นชื่อในบัญชีผู้มาใช้สิทธิ์ แต่ให้เซ็นรับบัตรเพียงอย่างเดียว ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ระบุว่า ล่าสุดได้ตรวจสอบกับจังหวัดชลบุรีแล้ว ไม่พบกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่าเกิดขึ้นจริง กกต. จะสั่งการให้แก้ไขทันที เนื่องจากอาจนำไปสู่ปัญหาบัตรเขย่งได้ ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงหลังการตรวจสอบอย่างละเอียด
ส่วนกรณีหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน ที่มีการร้องเรียนว่าไม่ได้ติดรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตบริเวณหน้าหน่วย แต่ไปติดป้ายไวนิลไว้ด้านหลังหน่วย ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ชี้แจงว่า หน้าหน่วยมีการติดรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครครบถ้วนแล้ว ขณะที่ป้ายไวนิลด้านในเป็นเพียงป้ายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ได้ประสานสำนักงานเขตให้ดำเนินการติดป้ายให้ชัดเจนครบถ้วนยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน มีรายงานจากจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง ว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมีการประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่า หากใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. แล้วไม่จำเป็นต้องลงประชามติ เนื่องจากแถวยาว ทำให้ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เดินออกจากหน่วยไปโดยไม่ได้ใช้สิทธิ์ประชามติ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ระบุว่า กรณีลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากจังหวัดปัตตานีก่อน
เมื่อถูกถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงครึ่งวันแรกของการลงคะแนน ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วย กรรมการประจำหน่วยส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร อาจเกิดข้อบกพร่องได้ แม้ กกต. จะมีการอบรมและกำชับไปแล้วก็ตาม อีกทั้งการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมการออกเสียงประชามติถือเป็นครั้งแรก อาจทำให้กระบวนการยังไม่คล่องตัว พร้อมขออภัยประชาชน และย้ำว่าสามารถแจ้งข้อผิดพลาดเข้ามาได้เพื่อให้แก้ไขทันทีตามกระบวนการ
สำหรับกรณีจังหวัดหนองบัวลำภู เขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีการร้องเรียนว่าป้ายไวนิลรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรคประชาชน ปรากฏชื่อพรรคภูมิใจไทย ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า รับเรื่องไว้และได้ประสานให้จังหวัดหนองบัวลำภูตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนร้องเรียนกรณีผู้มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่ไปทำงานที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติได้ วันนี้ประชาชนคนดังกล่าวจึงไปไปที่ขอนแก่นขอนเพื่อเลือกตั้งประชามติ แต่ทางขอนแก่นบอกให้มาลงที่เขตบ้านเกิดคือที่เขตหลักสี่ แต่เมื่อไปหลักสี่กลับบอกให้ไปที่ศูนย์ราชการ แต่เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้กลับไปที่ขอนแก่น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ระบุว่า รับข้อมูลไว้และจะเร่งตรวจสอบกับจังหวัดขอนแก่นโดยด่วน
ในส่วนกระแสข่าวการซื้อเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้
กรณีการให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยหลังปิดการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่าพรรคของตนจะได้รับคะแนนจำนวนมาก ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ ระบุว่า ต้องพิจารณาถ้อยคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่
ส่วนกรณีการซื้อเสียงที่มีรายงานเพิ่มเติมในช่วงเช้า ประมาณ 5 คดี ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ ยืนยันว่า เป็นข้อมูลที่รายงานเข้ามาในวันนี้ทั้งหมด และกรณีที่เชื่อมโยงกับรายงานทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น จะต้องตรวจสอบในขั้นตอนหลังบ้านเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีทั้งของกลางและตัวบุคคลครบถ้วน
ท้ายที่สุด ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ ย้ำว่า กกต. จะเร่งตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ พร้อมระบุว่าภาพรวมการซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีจำนวนใกล้เคียงกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา