ภายหลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต ออกมาอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการเมื่อ 9 ก.พ. 2569 เวลา 15.51 น. ผลคะแนนคาดการณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยนำมาเป็นอับ 1 อาจได้ที่นั่ง สส.แบบแบ่งเขต 174 ที่นั่ง ขณะที่คะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่ออยู่ที่ 5,954,535 หรือ 17.23%
"วาสนา นาน่วม" นักข่าวอาวุโสสายทหาร วิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้งที่จะส่งผลโดยตรงกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สถานการณ์ชายแดนจะคุกรุ่นขึ้นเล็กน้อย และคงฟื้นความสัมพันธ์ได้ยาก
เพราะประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาให้จัดการกัมพูชาโดยเฉพาะ อย่างที่ทราบกันว่าการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยกวาดเก้าอี้ สส. 7 จังหวัด ชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวนมาก จากทั้งหมด 45 เขต ได้ไปถึง 34 เขต และเมื่อรวมทั่วประเทศ ได้ สส. ไปกว่า 190 ที่นั่ง
กระแสรักชาติเป็นส่วนสำคัญทำให้คนไทยเทคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย แม้แต่ตัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเอง ก็ยังไม่คาดคิดว่าจะได้ สส .เยอะขนาดนี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ว่า คนไทยต้องการให้นายอนุทินกลับมาจัดการปัญหาชายแดนให้เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ตามที่ได้หาเสียงไว้ โดยเฉพาะเรื่องรั้วชายแดนควรรีบสร้างโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้มีการปักปันเขตแดน
เมื่อสอบถามว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หากนายอนุทิน เป็นนายกฯ วาสนาเชื่อว่า "คุกรุ่นขึ้นเล็กน้อย" ฮุน เซน - ฮุน มาเนต คงประเมินแล้วว่า ไทยและกัมพูชา น่าจะฟื้นความสัมพันธ์ได้ยาก เพราะนายอนุทินถูกเลือกมาให้จัดการกับกัมพูชาโดยเฉพาะ ซึ่งนายอนุทินต้องทำตามที่หาเสียงไว้ เชื่อว่าสองพ่อลูกก็เดินเกมที่ถนัดคือใช้โลกล้อมไทย และเมื่อพร้อมก็จะเปิดฉากโจมตีไทยอีก
เมื่อสอบถามถึงตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" เชื่อว่านายอนุทิน น่าจะควบตำแหน่งนี้เอง และกองทัพคงไม่มีปัญหา เพราะช่วงที่มีการปะทะชายแดน นายอนุทินทำงานใกล้ชิดและสนับสนุนกองทัพทุกอย่าง และถ้านายอนุทิน ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหมเอง ก็เป็นไปได้สูงที่ "บิ๊กวิน" พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ร่วมรุ่น วปอ.61 ของ นายอนุทิน จะมาเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม