ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง สำหรับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ผ่านมาว่า อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญที่มีเจตนารมณ์ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ล่าสุดทีมข่าว PPTV ได้พูดคุยกับ รศ.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การจัดเลือกตั้งต้องเป็นทางลับโดยที่ไม่รู้เลยว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ
1.ลับตั้งแต่ที่คูหาเลือกตั้ง ซึ่งปี 2549 ที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ มีปัญหาตั้งแต่ระดับนี้
2. ลับจากเจ้าหน้าที่
3.ลับจากระบบ บางประเทศย้อนหาตัวผู้ลงคะแนนไม่ได้เลย แต่บัตรเลือกตั้งของประเทศไทยที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ กลับพบว่า ตามย้อนหาต้นขั้ว และผู้ลงคะแนนได้
ขณะเดียวกัน อาจารย์เจษฎ์บอกว่า การย้อนหาผู้ลงคะแนนได้ จะแบ่งออกเป็นอีก 3 ชั้น คือ
1. สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบผู้ลงคะแนนเสียงได้ แต่ต้องผ่านข้อกฎหมาย หรือ คำสั่งศาล
2.ชั้นความลับโดยการถอดรหัส ถึงแม้จะมีข้อมูลแต่ต้องถอดรหัส ถึงมีบาร์โค้ดก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที
3. ไม่มีใครถอดรหัสหรือเข้าถึงข้อมูลได้เลย ซึ่งคนคาดหวังข้อนี้มากที่สุด ว่าการเลือกตั้งจะต้องไม่สามารถย้อนไปถึงตัวของผู้ใช้สิทธิ์ได้เลย
อาจารย์เจษฎ์ มองว่า ศาลอาจตีความว่าการเลือกตั้งทางลับ จะต้องเป็นทางลับระดับระบบ แต่มีเหตุผลว่าเมื่อกฎหมายให้เปิดเผยก็สามารถเปิดเผยได้ แล้วไม่ใช่ว่ารู้รหัสแล้วจะไปถึงต้นขั้วได้เลย ซึ่งท้ายที่สุดมองว่า การเลือกตั้งนี้ไม่น่าจะเป็นโมฆะ
ส่วนการที่มีคนออกมาประท้วงให้นับคะแนนใหม่ อาจารย์เจษฎ์ มองว่า หากเห็นข้อพิรุธตั้งแต่การนับคะแนนก็ควรทักท้วงแต่แรก หรือหากมีความแคลงใจ เรื่องบัตรที่มีปัญหา ก็ร้อง กกต. ให้ใบเหลืองแล้วเลือกใหม่บางเขต โดยไม่กระทบสิทธิ์ใคร แต่หากมีพยานหลักฐานไปถึงตัวบุคคล ก็ส่งหลักฐานเพื่อให้ กกต.ให้ใบแดง แล้วให้บุคคลนั้นออกมารับผิดชอบเรื่องการเลือกตั้งใหม่
ขณะเดียวกัน อาจารย์เจษฎ์มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่น้ำใจนักกีฬาของผู้ลงสมัครด้วย ถ้าผู้เล่นรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้ว่าสู้ไม่ได้จริง แล้วยอมรับผล ก็จบ แต่ถ้าผู้เล่นปั่น หาว่าโกงผล ทั้งที่คะแนนห่างกันมาก แบบนี้ก็คงเดินหน้าลำบาก เพราะ ”เป็นแบบขี้แพ้ชวนตี“
“ในฐานะที่เป็นผู้เล่นด้วยถึงได้เรียกร้องบรรดาผู้เล่นทั้งหลาย ไม่รู้ใครแพ้แล้วพาลหรือไม่ แต่เริ่มต้นจากผู้เล่นสำคัญที่สุด ถ้าผู้เล่นรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย กองเชียร์ก็ผ่อนลง เหมือนเราแข่งบอลถ้าผู้เล่นบอกว่าวันนี้สู้ไม่ได้จริงๆ อันนี้ไม่ไหวจริงๆ พยายามเต็มที่แล้วขอบคุณนะครับพี่น้องที่มาเชียร์ ขอบคุณแฟนๆ ไม่เป็นไรเราต่อสู้เต็มที่ผิดพลาดอะไรบ้างก็ไม่เป็นไร ผู้ชนะก็ต้องยินดีกับเขา ผู้แพ้ก็ไม่เป็นไรไม่มีอะไรนักหนา ถึงขั้นจะเป็นจะตายทุกอย่างต้องเดินหน้า กีฬาก็ต้องเดินต่อไปบ้านเมืองก็ต้องก้าวต่อไปแบบนี้ แต่ถ้าผู้เล่นลองปั่น ลองเขี่ย ยังรู้สึกว่าลูกนั้นไม่ใช่ลูกนี้ไม่ใช่ แพ้เพราะโกง อย่างนี้เรียบร้อยเลย เข้าทำนองว่า บอลแพ้ คนไม่แพ้ ขี้แพ้ชวนตี ถ้าแบบนี้ผมว่าด่านหน้าบ้านเมืองยังไงก็ไม่สงบ ยังไงก็วุ่นวาย” รศ.เจษฎ์ กล่าว
อาจารย์เจษฎ์บอกว่า อีกหนึ่งส่วนที่สำคัญคือ กรรมการจัดการเลือกตั้ง หากจัดการไม่ดี ไม่เป็นน่าเชื่อถือต่อให้การเลือกตั้งโดยลับยังไง ก็ยังจะมีหาข้อมาติติงว่าการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรมอยู่ดี