นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Borwornsak Uwanno ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่หลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”
โดยระบุว่า ประเทศไทยมีกูรูมากมาย มีเรื่องอะไรก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย ผมขอออกตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่กูรู และผมไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น ผมเชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ทรงสอนว่า อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ อย่าเชื่อตำรา
อย่าเชื่อเพราะเป็นกูรู (ครู) อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดา ฯลฯ แต่ให้เชื่อเมื่อพิจารณาด้วยปัญญาจนรู้ได้ด้วยตนเองว่าสิ่งนั้นดีหรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ
เรื่อง QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง ส.ส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง “เหาะเกินลงกา” ว่า ลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก!!!!????
ในฐานะที่เป็นผู้สอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชนมา 40 ปี ผมก็ต้องมานั่งทบทวนความรู้ของตัวเอง ว่าอะไรคือการเลือกตั้ง “โดยลับ” (secret vote)
การเลือกตั้งในอดีตเป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ยกมือกันในเวลาเลือกตั้ง ต่อมา ออสเตรเลีย เป็นประเทศแรกที่ให้ลงคะแนนโดยลับในปี ค.ศ. 1850 ต่อมาขยายไป อังกฤษ ในปี 1872 และไป สหรัฐอเมริกา ในปี 1884 และ 1891 จนเป็นหลักสากลที่นำไปบัญญัติไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย ฉบับ พ.ศ. 2490 เป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านั้นอยู่ในกฎหมายเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2475
สังเกตให้ดี ๆ นะครับว่า สามประเทศที่เริ่มการเลือกตั้งโดยลับ คือออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา
การเลือกตั้งโดยลับ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นอิสระ และคุ้มครองเสรีภาพของผู้เลือกตั้ง ในการเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ (freedom of choice) คุ้มครองเสรีภาพในความคิดและเสรีภาพทางการเมือง และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นแก่ความเป็นผู้แทนราษฎรของผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในระบอบการเมือง การคุ้มครองความเป็นอิสระและเสรีภาพเหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง คุ้มครองผู้เลือกตั้งให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง
แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างประเทศและในประเทศไทย ก็อาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง วิธีการเหล่านั้นจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ “สุจริตและเที่ยงธรรม” (free and fair election) ซึ่งเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมนังคศิลา ชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “ไพ่ไฟ” หรือขนคนให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองอาจแพ้ เพื่อลงคะแนนให้ตนเอง ซึ่งเรียกว่า “พลร่ม” การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็มีข่าวว่าในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพฯ มีการเอาบัตรเลือกตั้งไปใส่หีบในหน่วยเลือกตั้งที่คนมาใช้สิทธิน้อย เมื่อใส่ลงไปในหีบแล้ว “ไพ่ไฟ” ของผู้โกงเลือกตั้ง กับบัตรดีที่ผู้เลือกตั้งใส่ไว้ในหีบตอนลงคะแนน ก็ปะปนกัน ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นบัตรดีบัตรปลอม นี่จึงเป็นที่มาที่ กกต. ตัดสินใจใส่ QR Code บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
ถามว่ากกต.ไทย คิดแผลง ๆ ใส่ QR Code หรือบาร์โค้ดลงไปบนบัตรเลือกตั้งที่เดียวในโลกใช่หรือไม่
คำตอบก็คือไม่ใช่ ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับประเทศแรก ๆ ของโลก ทั้งสามประเทศต่างก็ใช้ QR Code หรือบาร์โค้ด เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ อังกฤษเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี
ยังมีประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล เอสโตเนีย แคนาดา บ้างก็ใช้กับการเลือกตั้งระดับชาติ บ้างก็ใช้ระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น
แต่ก็ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้ แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีบาร์โค้ดหรือ QR Code
เหตุที่ทำให้การเลือกตั้งถูกเพิกถอน (ไม่ใช่เป็นโมฆะตามที่พูดกันอยู่) ทั้งประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญไทย มีเหตุเดียวคือ การเลือกตั้งไม่ “เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” ก็คือต้องโกงกันทั้งประเทศนั่นแหละ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญสองครั้ง คำวินิจฉัยแรกคือที่ 9/2549 ซึ่งศาลเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง และการจัดคูหาเลือกตั้งที่ให้ผู้อื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และผลการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม จึงให้เพิกถอนการเลือกตั้ง ส.ส. และจัดเลือกตั้งใหม่
และคำวินิจฉัยที่ 5/2557 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง เพราะมีการชุมนุมขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อนจะจัดเลือกตั้งใหม่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาพูดเรื่องการเลือกตั้ง “โดยลับ” กับปัญหา QR Code และบาร์โค้ด
ผมเชื่อว่าผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลาง จะอ่านโพสต์นี้และใช้ปัญญาตรึกตรองเอาว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอย ๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลาย เมื่อยึดมั่นถือมั่นในสีที่ตัวชอบ ก็เชิญขนกันมาได้ครับ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้