ภายในงานสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย 192 สส. คณะกรรมการบริหารพรรค ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนเยอะกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงาน
ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง ได้แก่
- กระทรวงมหาดไทย
- กระทรวงกลาโหม
- กระทรวงคมนาคม
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
- กระทรวงอุตสาหกรรม
- กระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงการคลัง
- กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงพลังงาน
- กระทรวงยุติธรรม
- กระทรวงวัฒนธรรม
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
โดยแบ่งเป็นโควตานายอนุทิน 5 ตำแหน่ง คือ
- นายอนุทิน ที่ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ โควตากลุ่มบ้านใหญ่ ปรากฎชื่อ
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
- นายไชยชนก ชิดชอบ
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
- นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์
- นายภราดร ปริศนานันทกุล
- นายสุชาติ ชมกลิ่น
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
- นายวราวุธ ศิลปอาชา
- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์
- นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
นอกจากนี้ กลุ่มเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทย มาโดยตลอด ปรากฎมีชื่อของ
- นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี
- นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ
- นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี
- นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล
- นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร
- นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ
ขณะที่ ตำแหน่งประธานสภา ชัดเจนแล้ว คือ นายโสภณ ซารัมย์ ส่วนรองประธาน สภาคนที่หนึ่งเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย แต่ได้มอบหมายให้ สส.ภาคใต้ ตกลงคัดเลือกกันอีกครั้ง
ขณะที่โควตาพรรคร่วม คือ พรรคเพื่อไทย จะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อผู้ที่จะเหมาะสมได้เป็นรัฐมนตรีมาเกินกว่าโควตาเช่นกัน โดยพรรคภูมิใจไทยให้อำนาจเพื่อไทยในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยไม่ได้กำหนด หลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือเป็นคนรุ่นเก่า ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะต้องยึดตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย
- รองนายกรัฐมนตรี ควบว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- กระทรวงศึกษาธิการ
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- กระทรวงแรงงาน
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- รัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง
- รองประธานสภาคนที่ 2
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ นางตรีนุช เทียนทอง
ด้านพรรคเล็ก 1 -2 เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการรวมเสียง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตำแหน่งสุดท้ายที่จะเคาะ โดยจะรอดูสถานการณ์ในโค้งสุดท้ายก่อน
สำหรับโผครม. “อนุทิน 2” จะเสร็จสมบูรณ์ทันที ที่มีการโหวตนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการจัดครม.ครั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ต้องการวางคนให้เหมาะกับงาน ที่ต้องจัดแต่ละกระทรวงทำงานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันขึ้นตรงกับนายกฯ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างรัฐบาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา
ขณะนี้แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะมี 292 เสียง ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐพรรคประชาชาติ และพรรคเล็ก โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง