น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ อดีต สส.พิษณุโลกเขต พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ผลสุดท้ายจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน แต่ก็ยังคงมีกำลังใจที่จะทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้ไม่ได้เป็นผู้แทน แต่ไม่เคยทอดทิ้งคนในพื้นที่ ลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อน และความไม่สบายใจของประชาชน จากปัญหาเศรษฐกิจและความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำมาก
น.ส.พิมพ์พิชชา กล่าวว่า ด้วยราคาต้นทุนทางการเกษตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาปุ๋ย ราคายาปราบศัตรูพืช ประกอบกับราคาน้ำมันปัจจัยสำคัญของเกษตรกร ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าต้นทุนทางการเกษตรเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25-30% ส่งผลให้รายได้ลดลง ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ 6.00-6.30 บาทต่อหนึ่งกิโลกรัม เกษตรกรขายข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม ราคาต่ำกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซึ่งยิ่งทำยิ่งขาดทุน ทั้งนี้ราคาที่จะทำให้ชาวนาอยู่ได้ควรจะเป็นอยู่ที่ 8,000-10,000 บาท น่าประหลาดใจที่รัฐบาลประกาศว่าข้าวไทยได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างประเทศ มีคำสั่งซื้อหลายหมื่นตัน แต่ทำไมราคาข้าวเปลือกในประเทศกลับราคาไม่เพิ่มขึ้น มีแต่ลดลง สวนทางกับการให้ข่าวของรัฐบาล
“ขอย้ำว่ารัฐบาลใหม่ ไม่มีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควรให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และเกษตรกรมากกว่าการแก้ปัญหาทางการเมือง เพราะความเดือดร้อนของประชาชน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ต้นทุนการทำมาหากินเพิ่มขึ้น รายได้ลดลง ดังนั้นควรหามาตรการเพิ่มค่าครองชีพให้ประชาชนโดยเร่งด่วนเป็นอันดับแรก ไม่ไช่การให้ความสำคัญกับการแบ่งอำนาจให้นักการเมือง” น.ส.พิมพ์พิชชา กล่าว