ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล วิเคราะห์ทิศทางการเลือกประธานสภาในวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค. 2569) โดยเผยว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ชนะเสียงโหวตเป็นประธานสภาแน่นอน ส่วนพรรคประชาชนที่ส่งคนชิงตำแหน่งประธานสภา มองว่าส่งแข่งได้แต่ยังไงก็ไม่มีทางชนะโหวตอยู่ดี
สิ่งที่ต้องจับตาในการโหวตเลือกประธานสภาครั้งนี้ คือ พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านจะได้คะแนนโหวตกันเท่าไหร่
อย่างนายโสภณ จากพรรคฝั่งรัฐบาล มีเสียงสนับสนุนรวม 291 เสียง ก็ต้องรอดูว่าจะมีพรรคไหนที่ไม่ได้อยู่ใน 291 เสียงโหวตให้คะแนนเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างเช่น พรรคกล้าธรรม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่อาจโหวตสนันสนุนนายโสภณก็ได้ เพราะครั้งนี้ยังไม่ใช่การโหวตนายกฯ
ขณะเดียวกันพรรคประชาชนได้ สส.120 เสียง ก็ควรได้เสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม เพราะหากพรรคฝ่ายค้านไม่มีใครโหวตสนันสนุน นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “ฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพที่จะต่อสู้กับรัฐบาล“
ผศ.ดร.สุวิชา มองฉากทัศน์การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ว่า พรรคกล้าธรรมน่าจะไม่โหวตสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าจะมีกระแสข่าวเรื่องติดต่อให้แปลงร่างเป็นงู แต่ก็เชื่อว่ายังไม่แปลงร่างเร็วๆ นี้แน่นอน
ขณะเดียวกันก็ต้องรอดูว่าพรรคกล้าธรรมจะยกมือโหวตให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ของพรรคประชาชนหรือไม่ เพราะหากไม่ยกมือให้ก็จะแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายค้านไม่เกาะกลุ่มกัน ต่างคนต่างทำงาน บางพรรคก็เป็นฝ่ายค้านแบบประนีประนอม รอจังหวะเวลาเหมาะสมที่จะกลับมาลงเรือลำเดียวกับสีน้ำเงินใหม่
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผศ.ดร.สุวิชา มองว่าแม้จะไม่ได้เข้าไปร่วมรัฐบาลแต่มองว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังมีอยู่ เหมือนให้เป็นฝ่ายค้านรอไปก่อน แล้วหลังจากนั้นอาจจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงก็ได้
ขณะเดียวกัน ระหว่างนี้พรรคภูมิใจไทยก็จะส่งสัญญาณถึงพรรคเพื่อไทยว่า ให้ทำตัวดีๆ เพราะพรรคกล้าธรรมมารอเสียบอยู่ตลอด ส่วนกระแสพรรคส้มจับมือพรรคเขียวจัดตั้งรัฐบาลแข่งสมการนี้มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ผศ.ดร.สุวิชา ใช้คำว่า “รอพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตกก่อนแล้วกัน” ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะถ้าส้มตัดสินใจจับมือ คือการเผาเรือตัวเอง ยกตัวอย่างตั้งแต่ที่ตัดสินใจเลือกในนายอนุทินเป็นนายกฯ คะแนนนิยมก็ลดลงแล้ว
ส่วนการบริหารงานของรัฐบาลนายอนุทิน ผศ.ดร.สุวิชา คาดว่าจะอยู่ไม่ครบ 4 ปี น่าจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ก่อนคริสต์มาส ปี 2571 หรือ ใช้เวลาบริหารประเทศประมาณ 2 ปีกว่า พร้อมอธิบายว่าในปีแรก นายอนุทิน จะจัดสรรความสุขให้ทุกคน จัดเก้าอี้ให้คนที่สนับสนุนตัวเอง แต่เมื่อดำเนินงานไปประมาณเกือบปี ก็จะมีกลุ่มอื่นๆเรียกร้องขอแบ่งปันความสุขบ้าง จึงต้องปรับ ครม. จัดสรรเก้าอี้ใหม่ ผ่านไปประมาณปีครึ่งถึงสองปี ก็จะมีคนร้องขอแบบนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อนายอนุทินไม่สามารถแบ่งเก้าอี้ได้ตามความต้องการของทุกคน ก็รู้สึกอึดอัด แล้วในที่สุดเมื่อแบ่งปันความสุขให้ทุกคนไม่ได้ ก็จะใช้วิธีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่