เกาะติดบรรยากาศ! ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลือกประธาน-รองประธานสภา ชุดใหม่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การประชุมสภาฯ นัดแรก 15 มีนาคมนี้ ส.ส.เตรียมลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ

ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ของวันที่ 15 มีนาคม 2569 จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมีวาระสำคัญคือการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน

สำหรับวาระแรกของการประชุม จะเป็นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว คือ สส.ที่มีอายุมากที่สุดในสภา ได้แก่ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม 

โหวตเลือกประธานสภา ช่างภาพพีพีทีวี
เกาะติดบรรยากาศ! ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลือกประธาน-รองประธานสภา ชุดใหม่

"โสภณ" นั่งประธานสภา "มัลลิกา" - "เลิศศักดิ์" นั่งรองประธานสภาคนที่ 1 - 2

สภาผู้แทนราษฎรมีมติ 289 เสียง เลือก "โสภณ ซารัมย์" สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นั่งประธานสภา ส่วน "พริษฐ์ วัชรสินธุ์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้คะแนน 123 เสียง โดยการโหวตเลือกประธานสภาครั้งนี้ ยังมีผู้ลงคะแนน "งดออกเสียง" จำนวน 80 เสียง และมี "บัตรเสีย" จำนวน 5 เสียง

นอกจากนี้ยังมีมติเลือก นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และมีมติเลือก นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

เปิดศึกชิงประธานสภา “โสภณ-พริษฐ์” แสดงวิสัยทัศน์ 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เริ่มขึ้นเวลา 09.30 น. ในวาระโหวตเลือกประธานสภาและรองประธานสภา 2 ตำแหน่ง โดยมีนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เนื่องจากเป็นสมาชิกที่มีความอาวุโสมากที่สุด

นายไพโรจน์ได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้ง 499 คน ปฏิญาณตนก่อนเริ่มประชุม พร้อมแจ้งต่อที่ประชุมว่า การประชุมเป็นการเปิดเผยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 และเอกสิทธิ์ของสมาชิกจะไม่คุ้มครองหากมีการกล่าวถ้อยคำที่เข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิผู้อื่น ตามมาตรา 124

จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชิงตำแหน่งเดียวกัน

นายโสภณกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ตลอด 25 ปีในสภานิติบัญญัติ ได้เห็นการทำงานตั้งแต่ยุคใช้ชาร์ตอภิปราย จนถึงยุคใช้ AI จึงอยากหลอมรวมประสบการณ์เดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับการทำงานของสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมชูบทบาทสภา 3 ด้าน คือ การสะท้อนปัญหาประชาชน การตรวจสอบฝ่ายบริหาร และการออกกฎหมาย

พร้อมระบุว่าต้องเร่งสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัยจำนวนมาก เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกและการพัฒนาประเทศ และหวังให้สภาเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยย้ำว่าหากได้รับเลือกจะทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม

ด้านนายพริษฐ์กล่าวว่า การเสนอชื่อครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเลือก เพราะพรรคประชาชนเคารพสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องการใช้เวทีสภาเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางประเทศในฐานะฝ่ายค้าน

เปิดวิสัยทัศน์ชิงเก้าอี้ "ประธานสภา" ภูมิใจไทยส่ง "โสภณ" - "พริษฐ" จากพรรคประชาชน

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเป็นไปอย่างคึกคัก ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีการเสนอชื่อแคนดิเดตจาก 2 ขั้วการเมือง คือ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ก่อนการลงคะแนนลับ

“โสภณ” เล็งหลอมรวมคนรุ่นเก่า - รุ่นใหม่ พัฒนางานนิติบัญญัติ 

เวลา 08.50 น. นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ แคนดิเดตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีหากได้ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นงานที่ท้าทายหรือไม่ ว่า ตนอยากเห็นภาพลักษณ์ใหม่ๆของการทำงานสภา ซึ่งขณะนี้สมาชิกมีคนสองรุ่นที่ทำงานร่วมกัน แต่ละรุ่นมีจุดเด่นของตนเอง ซึ่งในอดีตการทำงานของ สส. มีเรื่องดีๆหลายเรื่อง มีทั้งจุดแข็งจุดอ่อน เช่นเดียวกับคนรุ่นปัจจุบันที่มีจุดแข็งจุดอ่อน 

เมื่อก่อนเราอภิปรายด้วยชาร์ท วันนี้มี AI มาช่วยทำงาน หากนำประสบการณ์ดีๆ เหล่านั้น มาหลอมรวมกับการใช้เทคโนโลยีในการทำหน้าที่ในสภาเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล เชื่อว่าจะทำให้งานของสภามีประสิทธิภาพมากขึ้น 

“ไพโรจน์” พร้อมทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว

นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภา กล่าวว่าเบื้องต้นต้องมีการปฏิญาณตนก่อน ก่อนที่จะประชุม 

ส่วนเรื่องการเตรียมตัวที่จะทำหน้าที่ประธานการประชุมเป็นการเตรียมพร้อมตามปกติ

เมื่อถามว่าใช้เวลานานหรือไม่ นายไพโรจน์คิดว่าคงใช้เวลานานพอสมควร 

เมื่อถามว่าหากมีการโหวตแข่งกันจะต้องมีการเปิดแสดงวิสัยทัศน์ใช่หรือไม่ นายไพโรจน์กล่าวว่าต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ทั้งผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งคาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง

นายไพโรจน์กล่าวต่อว่าถือว่าเป็นผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุดจึงได้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ชั่วคราว 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสภาฯ นายไพโรจน์ถือว่ามีความอาวุโสสูงที่สุด โดยมีอายุ 90 ปี

เปิดขั้นตอน การเลือก "ประธาน-รองประธานสภาฯ" 2569  

ที่ประชุมจะเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 3 ตำแหน่ง หากมีการเสนอชื่อเพียงรายชื่อเดียวในตำแหน่งใด ก็จะถือว่าได้รับเลือกทันทีโดยไม่ต้องมีการลงคะแนน แต่หากมีการเสนอชื่อแข่งขัน จะต้องใช้วิธีลงคะแนนลับตามข้อบังคับการประชุม

ขั้นตอนการลงคะแนนลับ จะให้ สส.เรียงตามลำดับตัวอักษร มารับบัตรลงคะแนน ก่อนเข้าคูหาเพื่อเขียนชื่อบุคคลที่ต้องการให้ดำรงตำแหน่ง จากนั้นนำบัตรไปหย่อนลงหีบ โดยจะมีคณะกรรมการนับคะแนน ซึ่งเป็นตัวแทน สส.จากแต่ละพรรคการเมืองร่วมกันตรวจนับ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้เตรียมเสนอรายชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ แล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยมีมติเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ และ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ทายาทบ้านใหญ่ลพบุรี ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ส่วนพรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.จังหวัดเลย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2

ทั้งนี้ ภายหลังมีการเสนอชื่อ ผู้ถูกเสนอชื่อจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาฯ คนละ 10 นาที ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา หากมีผู้ถูกเสนอชื่อเพียง 1 คน ก็จะถือว่าได้รับเลือกทันที แต่หากมีผู้ถูกเสนอชื่อมากกว่า 1 คน จะต้องมีการลงคะแนนลับตามข้อบังคับ

ด้าน นายศิโรจน์ แพทยพันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า หากมีการเสนอชื่อแข่งขัน คาดว่าการลงคะแนนในแต่ละตำแหน่งอาจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

หลังจากเสร็จสิ้นการนับคะแนน ที่ประชุมจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างเป็นทางการ

"อรรถกร" บอกแนวทางโหวตประธานสภา ไม่มีใครบังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม เปิดเผยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ว่า วันนี้จะมีการหารือต่อในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวานนี้ได้มีการหารือกันไปแล้วว่าอยากจะทำงานและมีแนวทางอย่างไร 

ส่วนแนวทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะงดออกเสียงหรือไม่เห็นด้วย นายอรรถกรย้อนถามสื่อทีเล่นทีจริงว่า “มีให้เลือกสองทางหรือ”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหรือพรรคกล้าธรรมจะโหวตเห็นด้วย นายอรรถกรกล่าวว่าขอเวลา จะสรุปกันก่อนประชุม โดยมติจะเป็นเอกภาพ 

และเมื่อถามย้ำอีกว่าจากการหารือในเบื้องต้นเมื่อวานนี้ ทิศทาง ส.ส. ไปทางไหนระหว่างเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นายอรรถกรบอกว่า “กลางๆ ”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่ากลาง ๆ หมายถึงงดออกเสียงใช่หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่ายังไม่ได้พูดนะครับแต่ก็กลางๆ เพราะมีความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่หลากหลายก็เลยให้การบ้านกลับไปคิดหนึ่งคืน 

นายอรรถกรยังเปิดเผยด้วยว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไม่ได้บังคับ แต่ถามใจตั้งแต่วันแรกก็อยากให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ