เปิด วิสัยทัศน์ "โสภณ-พริษฐ์" ชิงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิด วิสัยทัศน์ "โสภณ-พริษฐ์" ชิงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังพรรคประชาชนเสนอชื่อ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เริ่มในเวลา 09.30 น.  ในวาระโหวตเลือกประธานสภาและรองประธานสภาทั้ง 2 ตำแหน่ง โดนมีนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว เนื่องจากเป็นสมาชิกที่มีความอาวุโสมากที่สุด โดยนายไพโรจน์ ในฐานะประธานสภาชั่วคราว ได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้ง 499 คน ปฏิญาณตนก่อนเริ่มประชุมสภาฯ ว่า

ประธานสภา ช่างภาพพีพีทีวี
โสภณ ซารัมย์

ข้าพเจ้านาย….. ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ และได้แจ้งให้สมาชิกทราบ ว่า

เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ที่บัญญัติให้การประชุมย่อมเป็นการเปิดเผย ดังนั้นเอกสิทธิ์ย่อมไม่คุ้มคุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำอันมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิททางแพ่ง ต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรี หรือสมาชิกแห่งสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ลุกขึ้นเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เพื่อให้สภามีมติเห็นชอบดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยมีผู้รับรองถูกต้อง

ก่อนที่นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี จะลุกขึ้นหารือ ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนจะประลุกขึ้นประท้วง ตามข้อบังคับการประชุมข้อ 6 ที่ว่าให้ผู้ถูกเสนอชื่อที่จะดำรงตำแหน่ง ประธานสภากล่าววิสัยทัศน์ ตามระยะเวลาที่ประธานกำหนด โดยไม่มีการอภิปรายซึ่งตอนนี้เราเข้าสู่ญัตติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วต้องไม่มีการอภิปรายนอกจากการแสดงวิสัยทัศน์ ก่อนที่นายปกรณ์วุฒิ จะได้เสนอชื่อนายพริษฐ์  วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เพื่อให้สภามีมติเห็นชอบดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยมีผู้รับรองถูกต้อง

จากนั้น นายโสภณได้ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ตนอยู่ในสภานิติบัญญัติ ตนได้เห็นการทำงานตั้งแต่สภาในรุ่นก่อน ตั้งแต่ยกชาร์จอธิบายการทำงานเพื่ออภิปรายข้อมูล จนมาถึงยุคสภาในปัจจุบันที่ใช้ AI ในการทำงาน ฉะนั้นจากประสบการณ์ที่ตนได้เห็นก็มีทั้งจุดเด่น และจุดด้อย ตนหวังว่าในสภาชุดนี้จะได้หลอมรวมเอาประสบการณ์ดีๆ ในอดีตและความทันสมัยมาใช้ในการทำงานสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชน และเราได้ขันอาสาประชาชนมาทำงาน เพื่อพัฒนาแก้ปัญหาของประเทศนี้ 

โดยอำนาจหน้าที่ของประธานสภาและอำนาจหน้าที่ของสถาบันนิติบัญญัติ นั่นคือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มีอยู่ 3 ประการ คือ นำเรื่องราวที่ได้รับจากประชาชน ความทุกข์ร้อนมาบอกกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ ตนอยากเห็นการได้ใช้กลไกนี้นำเรื่องทุกข์ร้อนมาบอกกล่าว เพื่อนำไปให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ประการที่ 2 คือ การตรวจสอบ ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร ตนอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพ และมีความสมดุลย์ เป็นเหตุเป็นผลในการทำงานทั้งสองฝ่าย เพื่อประโยชน์ของประชาชน 

สำหรับประการที่ 3 ที่เป็นอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ คือ การบัญญัติกฎหมาย การออกกฏหมาย เราทราบดีว่าขณะนี้สถานการณ์ของโลกอยู่ท่ามกลางวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตของการค้า เศรษฐกิจ วิกฤตสังคม วิกฤตของการเปลี่ยนแปลงกายภาพของโลก ภูมิศาสตร์ของโลก และที่สำคัญวิกฤตความขัดแย้งจนนำไปสู่สงคราม ตนอยากเห็นสถาบันแห่งนี้ สภาแห่งนี้ ได้เป็นหลักในการที่จะฟันฝ่าวิกฤตเหล่านี้ไปเคียงคู่กับรัฐบาล ใช้กฎหมาย ใช้นิติบัญญัติในการฝ่าวิกฤต

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ในอดีตเราได้เห็นการเสนอกฎหมายส่วนใหญ่จะเป็นกฎหมายที่มาจากรัฐบาล ครั้งนี้ตนอยากเห็นการเสนอกฎหมายที่ออกจากสภาแห่งนี้ จะให้สภาแห่งนี้ในการเสนอกฎหมายต่างๆ ที่จะเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปทำงาน โดยเรามีกฎหมายที่ล้าสมัยเป็นจำนวนมาก ทั้งไม่สามารถบังคับใช้ได้ ทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตนจึงหวังว่าในสภาชุดนี้จะต้องสังคายนากฎหมายเหล่านั้นที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคต่อประชาชน ให้มีการปรับปรุงหรือยกเลิกโดยเร็วที่สุด ส่วนกฎหมายใหม่ที่จะนำมาเสนอ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารได้ไปทำงาน ต้องทันสมัย เป็นกฎหมายที่ทันต่อเหตุการณ์ การพัฒนาการของโลก และการพัฒนาการของประเทศ ปัญหาของประเทศได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า ต่างประเทศ สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ จะต้องใช้กฎหมายที่ทันสมัยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ในอดีตเราเห็นการเสนอกฎหมายใช้เวลานาน ฉะนั้นตนมีความเห็นว่าประชาชนไม่พึงปรารถนาที่จะให้สภาแห่งนี้ใช้วาทะกรรมเอาชนะกันโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะได้รับ ตนคิดว่าประชาชนปรารถนาที่จะเห็นการบัญญัติกฎหมายหรือออกกฏหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะให้รัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นตนหวังอย่างยิ่งว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้จะได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการทำงานเสนอกฎหมาย และสภาแห่งนี้เป็นสภาที่พึ่งที่หวังของประชาชน เป็นต้นแบบ หากเราไม่สามารถที่จะทำเพื่อสร้างความศรัทธา เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีให้เป็นสภาที่สง่างาม เราก็ยากที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นให้เป็นประชาธิปไตยที่เราต้องการ ในการที่จะนำพาไปพัฒนาประเทศ

นายโสภณ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากตนได้รับเลือกทำหน้าที่ประธานสภา ตนก็ภาวนาที่จะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน จรรโลงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ส่วนนายพริษฐ์ ได้กล่าววิสัยทัศน์ว่า การเสนอชื่อในวันนี้เป็นการเสนอโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เป็นผู้รับเลือกเข้าไปทำหน้าที่ประธานสภา เพราะตั้งแต่ผลเลือกตั้งออกมา พรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอดว่าเราเคารพสิทธิ์ของพรรคอันดับหนึ่งในการเดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มาถึงวันนี้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปเพราะได้รวบรวมเสียงครบเพียงพอแล้วและคงจะถูกพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยในการลงมติเลือกประธานสภาเช้านี้ แต่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชนเรามองว่าบทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การตรวจสอบรัฐบาลและการผลักดันกฎหมายในสภาเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงบทบาทของการแสดงวิสัยทัศน์ และทิศทางที่เราเห็นว่าประเทศควรจะเดินเพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ว่าที่รัฐบาลรับไว้พิจารณาและเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในอนาคต

ในส่วนวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภา ตนมีความเห็นว่าภารกิจที่สำคัญที่สุดของประธานสภาเวลานี้คือการกอบกู้ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อนักการเมืองในสภาแห่งนี้ เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อว่าแม้สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นองค์กรเดียวระดับชาติที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนแต่ในหลายครั้งสภาแห่งนี้ก็กลับทำลายศรัทธาของประชาชนไปมากเช่นกัน ถ้าเราเปิดดูข้อบังคับสภาเราจะเห็นเขียนไว้ชัดในข้อที่ 9 ว่าประธานสภานั้นจะต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกัน ว่าประธานสภาจะต้องวางตัวเป็นกลาง ระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคน ใครพรรคไหนทำผิดข้อบังคับประธานสภาก็ต้องตักเตือนห้ามปรามด้วยมาตรฐานเดียวกัน ใครเสนอกฎหมายอะไรก็ต้องปฏิบัติตามด้วยมาตรฐานเดียวกัน

หากเราจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นองค์กรที่ประชาชนฝากความหวังไว้ได้มีอย่างน้อย 4 เรื่องสำคัญ ที่ตนหวังว่าประธานสภาคนถัดไป จะต้องไม่วางตัวเป็นกลาง คือ 1. หวังว่าประธานสภาคนต่อไปจะไม่วางตัวเป็นกลางระหว่างการหยุดอยู่กับที่และการเดินไปข้างหน้า ใช้ประโยชน์เทคโนโลยีในอนาคตยกระดับงานด้านนิติบัญญัติ เช่น การจัดทำระบบฐานข้อมูลที่รวบรวมคำอภิปรายทั้งหมด และเพิ่มการประชุมแบบออนไลน์ 

2. ประธานสภาคนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็น กลางระหว่างการปกปิดกับความโปร่งใส สิ่งหนึ่งที่สภาทำได้คือการจัดทำและเผยแพร่ "แดชบอร์ด" เพื่อให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ สนับสนุนให้มีการถ่ายทอดสดในการประชุมกรรมาธิการ

3. จะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการเผาผลาญกับการปกป้องภาษีของประชาชน ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชน เผชิญกับปัญหาปากท้องที่ถูกซ้ำเติมจากวิกฤตภายในและภายนอก สิ่งสุดท้ายที่พี่น้องประชาชนอยากเห็นคือการเห็นผู้แทนที่เลือกเข้าไปกลับไปใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือย
สิ่งสุดท้ายที่ประชาชนอยากเห็น คือการเห็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีกับนำงบประมาณมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง และสิ่งสุดท้ายที่อยากเห็น คือสภาที่ลงทุนกับการตกแต่งอาคารรัฐสภามากกว่าลงทุนการแก้ไขปัญหาของประชาชน

ดังนั้นผมหวังว่าประธานสภาคนถัดไปจะลุกขึ้นมาเป็นหัวหอกสำคัญ ในการเสนอให้มีการตัดหรือปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมแม้จะต้องขัดกับเพื่อนสมาชิกในที่นี้อยู่บ้าง 

4. จะต้องไปวางตนเป็นกลางระหว่างอำนาจของคนไม่กี่คนกับอำนาจของประชาชน สภาชุดไหนที่ไม่ปกป้องอำนาจของประชาชน ก็เปรียบเสมือนสภาที่ไม่ปกป้องเหตุผลในการมีอยู่ขององค์กรตนเอง ปัจจุบันประชาธิปไตยถูกบีบให้อ่อนแออำนาจของประชาชนมีความอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภาคนถัดไปจะลุกขึ้นมาถือธงนำในการปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนทุกคนไม่ให้ถูกขัดขวางบิดเบือน หรือครอบงำโดยอำนาจ ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน

" ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ เห็นว่า ประธานสภาคนถัดไป จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อทำให้การได้มา และการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระนั้นเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่เป็นอิสระจากประชาชน ในฐานะ ตัวแทนของส.ส 500 คนที่มาจากการเลือกตั้ง เห็นว่าประธานสภาคนถัดไปจะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการรวมพลังทุกพรรคและสมาชิกทุกคนเพื่อมาตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาและทำให้สังคมเชื่อมั่นและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเสรีเป็นธรรมและโปร่งใส และในฐานะประธานรัฐสภาผมเห็นว่า ประธานสภาคนถัดไปจะต้องทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงรวดเร็วเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคนทุกชุดความคิดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่แสดงออกผ่านการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา " นายพริษฐ์กล่าว 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่ว่าใครจะได้เป็นประธานสภาแต่คือคำถามที่ว่า 4 ปีข้างหน้านี้สภาแห่งนี้จะยืนอยู่ข้างใคร ระหว่างประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศกับกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่ม ที่อาจจะมีความพยายามครอบงำผู้แทนราษฎรของเรา

ประธานสภา ช่างภาพพีพีทีวี
พริษฐ์ วัชรสินธุ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ