พรรคประชาธิปัตย์นัดประชุม สส. หารือแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.69) โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งหัวโต๊ะประชุม หลังการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าวันนี้พรรคมีการประชุม สส. และพิจารณาระเบียบวาระประชุมสภา เรื่องสำคัญคือการให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้นำแนวทางของการพิจารณาในสภามาพูดคุยกัน
และเห็นว่าแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญได้เขียนว่าพิจารณาให้ความเห็นชอบ น่าจะเป็นญัตติที่สามารถเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งพรรคได้รับการประสานจากพรรคประชาชน และพูดคุยกำหนดตัวผู้อภิปราย
ยังได้รับการประสานจากประธานสภาผู้แทนราษฎร เชิญหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคหารือกันที่สภา 9.00 น. วันพรุ่งนี้ จึงไม่แน่ใจว่าในที่สุดแล้วจะมีการเปิดให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี หรือไม่ และหวังว่าเสียงข้างมากในสภา พรรคภูมิใจไทย จะเปิดโอกาสให้อภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
และยังได้พูดคุยถึงเรื่องการลงประชามติ ซึ่งในที่ประชุมได้ทบทวนถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีในอดีตที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่พรรคประชาธิปัตย์จะลงมติงดออกเสียง อย่างในปี 2544 ที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคได้ลงมติไม่เห็นด้วย และในปี 2548 พรรคลงมติงดออกเสียง แต่ก็มีบางครั้งที่มีการเสนอชื่อคนในพรรคเข้าไปแข่งขันนายกรัฐมนตรีด้วย อย่างในสมัยนายสมัคร สุนทรเวช หรือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีการลงมติคนของพรรค แต่หลังจากนั้นเป็นการลงมติงดออกเสียง เพราะเห็นว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นจุดยืนของแต่ละพรรคในทางการเมือง เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะงดออกเสียงในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายพิจารณาคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ทางพรรคเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมาะสมที่จะเป็นผู้อภิปราย ซึ่งจะได้ชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดของการที่พรรคมีมติงดออกเสียงในครั้งนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่งดออกเสียงเป็นเพราะมีการเสนอชื่อ 2 คน ใช่หรือไม่ เพราะหากเสนอชื่อเพียง 1 คน จะมีทางเลือกแค่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายสาทิตย์ยอมรับว่าเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วได้พิจารณาคุณสมบัติของทั้งสองคนในรายละเอียด และเห็นว่าการมีมติงดออกเสียงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด แต่เหตุผลและรายละเอียดวันพรุ่งนี้ นายอภิสิทธิ์จะได้อภิปรายในสภา จึงมองว่าเสียงข้างมากควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นคุณสมบัติและความโปร่งใสต่าง ๆ ก็ควรได้รับการตรวจสอบ