พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางด่วนลงพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ หลังถูกลอบโจมตี
พ.ต.อ. ทวี ร่วมประชุมรับฟังความคืบหน้าคดีกับ พล.ต.ท. กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์นี้
ภายหลังการหารือ พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งนายกมลศักดิ์เป็น สส. ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในจังหวัดนราธิวาส จึงเดินทางมาเพื่อติดตามการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
"ได้ฝากกำชับทางตำรวจว่าอย่าใช้เพียงความรู้สึกในการสืบสวน แต่ขอให้เน้นหนักในเรื่องทางวิทยาศาสตร์ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัว การที่คนร้ายก่อเหตุในช่วงดึกและทราบความเคลื่อนไหวว่า สส. จะเดินทางกลับเข้าบ้านนั้น แสดงว่ามีการวางแผนมาอย่างดี" พ.ต.อ.ทวี ระบุ
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีและลำเลียงอาวุธว่า การมีอาวุธในครอบครอง คนร้ายที่มีอาวุธครบมือมักไม่กล้าขับผ่านด่านตรวจตามปกติ
ขบวนการช่วยเหลือ หากคนร้ายสามารถเคลื่อนย้ายอาวุธและก่อเหตุได้ในพื้นที่ที่มีด่านตรวจหนาแน่น ย่อมมีความเป็นไปได้ว่าต้องมีขบวนการ หรือผู้ให้ความช่วยเหลือในเส้นทางดังกล่าว ความจริงเชิงประจักษ์ ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งหาความจริงให้ปรากฏเพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมูลเหตุจูงใจว่ามาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงในพื้นที่ จ.นราธิวาส หรือไม่ พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ในช่วง 1 เดือนของการหาเสียง พรรคประชาชาติลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่องจนถึงเที่ยงคืนทุกวันโดยไม่มีรถนำขบวน
"เราประเมินว่าเราไม่มีความขัดแย้งกับชาวบ้าน เพราะช่วงหาเสียงซึ่งกำหนดจุดหมายและเส้นทางชัดเจน กลับไม่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ดังนั้น การที่มาเกิดเหตุในช่วงนี้จึงต้องประเมินสาเหตุอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป" พ.ต.อ. ทวี กล่าว