นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทยวันนี้ ว่า ได้กำชับให้ สส. ทุกคนให้ความสำคัญกับงานสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ โดยในวันพรุ่งนี้ สส.พรรคภูมิใจไทย จะยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ซึ่งตนเองไม่มีเรื่องต้องเข้าไปชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ คำแนะนำ และคำวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกทุกฝ่าย สิ่งไหนทำแล้วเกิดการปรับปรุงแก้ไขไปในทิศทางที่ดีก็ต้องรับฟัง
เมื่อถามว่าขณะนี้มีกฎหมายอะไรที่จะเสนอผลักดันเร่งด่วนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว ที่ต้องนำมาปัดฝุ่นและปรับปรุง เพื่อเสนอกลับเข้าไป
ส่วนไทม์ไลน์การตั้งคณะรัฐมนตรีหลังจากนี้ ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นรัฐมนตรี ได้ถูกส่งไปให้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีใครที่คุณลักษณะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เท่าที่ทราบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งไปตรวจสอบ 18 หน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานเป็นองค์กรอิสระ ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะต้องตอบกลับภายในกี่วัน และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะส่งกลับมาที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมดได้ยื่นไป 35 รายชื่อใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า เอาเป็นว่าตนยื่นรายชื่อไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับกระแสข่าวที่มีชื่อนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทินถามกลับทันทีว่า ใครเห็น ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะตอบว่าเป็นกระแสข่าว จากนั้นนายกรัฐมนตรีระบุต่อว่า ปกติการแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่ควรเปิดเผยก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา เพราะฉะนั้นถามมาก็เป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้
ส่วนคนที่มีปัญหาจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ส่งชื่อบุคคลอื่น และหากมีปัญหาจริง อาจทำให้กระบวนการยาวขึ้น เพราะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าจะต้องใช้เวลาบวกอีก 5 วัน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าได้ส่งรายชื่อสำรองไปด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้บริหารจัดการ ส่วนพรรคการเมืองอื่นไม่สามารถก้าวก่ายได้
ส่วนรายชื่อของนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่มีคดีอยู่ใน DSI นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า ในกรณีที่อาจมีการแจ้งข้อกล่าวหา จะต้องมีการเพลย์เซฟหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาทำความเห็น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีกำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีแต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งก็ต้องนำมาพิจารณาอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อกังวล
ส่วนขณะนี้ได้ร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุย ในส่วนของกระทรวงที่ดูแล เพื่อนำมาจัดทำนโยบายที่ตั้งใจจะทำ โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาไว้ ซึ่งตนเปิดโอกาสให้ทุกพรรคนำเสนอในการประชุมร่วมกัน
ส่วนประเด็นวิกฤตตะวันออกกลางจะอยู่ในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็รวมอยู่ในนั้น