นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลัง มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งรัฐมนตรี ว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งพวกเราทุกคนจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อรับใช้ประชาชน
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังยอมรับว่าได้มีการเตรียมร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เตรียมในส่วนของสาระสำคัญเกือบครบถ้วนแล้วทั้งหมด และยังมีเวลาอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ หากจะเพิ่มหรือทำให้สมบูรณ์มากขึ้น
ซึ่งสาระสำคัญของนโยบายจะรวมทุกข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาระหว่างการทำร่างนโยบายได้มีการเชิญพรรคร่วมมาพูดคุย ฉะนั้นหากไม่มีอะไรแก้ไขในสาระสำคัญ ก็จะส่งให้ทางสภา เพื่อที่สมาชิกจะได้อ่านและศึกษาก่อนการอภิปราย ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะมีข้อแนะนำและข้อเสนอแนะ ที่ดีนอกจากการวิพากย์วิจารณ์ ซึ่งรัฐบาลจะรับมาดำเนินการ ก่อนย้ำว่า รัฐบาลนี้ฟังประชาชนรวมถึงมีทีมคอยสรุปรวบรวมข้อมูลอยู่แล้ว
ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษในร่างนโยบายหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่อง 4 ภัย นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็เสนอเข้าไป และจะรับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับข้อเสนอแนะ และแนวทางที่ดีจากคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน
ทั้งนี้ จะมีการเพิ่มอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง นายอนุทิน ระบุว่า เป็นเรื่องของพลังงาน สิ่งแวดล้อม และในเรื่องที่ไทยต้องให้ความสำคัญอย่างเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันและการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะเราจะเข้าเป็นสมาชิกของ OECD จึงต้องบอกกับชาวโลกว่าเราเป็นประเทศที่เชื่อถือได้ มีธรรมาภิบาล และสะอาด เพราะหากจะเข้าไปแล้วเปื้อนแบบนี้ ก็เหมือนไปประจานตัวเอง
สำหรับการแถลงนโยบายจะเป็นวันที่ 7- 9 เมษายนใช่หรือไม่ และได้มีการประสานวันกับทางประธานรัฐสภาแล้วหรือยัง นายกอนุทิน ระบุว่า มีการประสานกันอยู่ตลอด ส่วนมีการกำหนดวันเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งจากทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่เป็นทางการ ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 6 เมษายน 2569
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สุดแล้วแต่ทางสำนักพระราชวังจะแจ้งมา ซึ่งเรากำหนดไม่ได้ ดังนั้นต้องรอแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นได้รับการประสานมาว่า ให้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อมตลอดเวลา เพื่อเข้าเฝ้าถวายสัตย์ พร้อมย้ำว่า ส่วนจะเป็นวันและเวลาใดที่แน่นอนนั้น ต้องรอการประสาน โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ ตนจะเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในทันที