“ทักษิณ“ ติด 1 ใน 10 รายชื่อผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"คณะกรรมการฯ พักโทษ" เรือนจำกลางคลองเปรม เห็นชอบ “ทักษิณ“ ผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ส่ง คกก.ระดับกรมราชทัณฑ์ พิจารณาต่อ

จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม จากคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน กับอีก 22 วัน และเตรียมจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยจะครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน 

นายทักษิณ ชินวัตร ช่างภาพพีพีทีวี
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

โดย นายทักษิณ จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2569 เพื่อคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จากนั้นจะครบกำหนดโทษ 1 ปี พ้นโทษและเป็นอิสรภาพ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้เรือนจำกลางคลองเปรมได้ดำเนินการนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาด ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นประธาน ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้ง จำนวน 2 คน เป็นคณะทำงาน และให้เจ้าพนักงานเรือนจำคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาด ซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมวันนี้ คณะกรรมการฯ เห็นชอบมีมติให้ 10 รายชื่อ ผู้ต้องขังเด็ดขาดผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษเรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการฯ ได้ให้ผู้บัญชาการเรือนจำเรือนกลางคลองเปรม เสนอรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษทั้ง 10 ราย ไปยังกรมราชทัณฑ์ ทั้งนี้ นายทักษิณ ชินวัตร คือ 1 ใน 10 รายชื่อ ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า ส่วนในขั้นตอนถัดไป คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์จะได้พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วน ของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อจะได้เสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ

และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยต่อว่า โดยคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาด ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ  มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย

และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษ และให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบ ภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัย ภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ต่อไป

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ปิดท้ายว่า กรณีสำคัญเรื่องการติดหรือไม่ติดกำไล EM ของนายทักษิณ ชินวัตร หากได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค. 2569 นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ในแต่ละลำดับชั้นที่จะพิจารณาจากปัญหาเรื่องสุขภาพ และอายุของผู้ต้องขังที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี รวมถึงสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของสถานที่คุมประพฤติ และชุมชนโดยรอบด้วย ว่ามีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำหรือน่าห่วงกังวลอย่างใดหรือไม่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ