“สมช.” แจงประชุมรับมือวิกฤตโลก แค่เตรียมพร้อม ยืนยันไทยยังไม่มีสัญญาณอันตราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สมช.” ย้ำไทยยังไม่มีสัญญาณเผชิญวิกฤตโลก แจงประชุมรับมือสถานการณ์เป็นเพียงการเตรียมพร้อม วาง 4 ฉากทัศน์รองรับทุกความเสี่ยง

นายพิชญเดช โอสถานนท์ โฆษกสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลาง โดยมี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช. เป็นประธาน ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสถานการณ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

สมช. ผู้สื่อข่าว
“สมช.” แจงประชุมรับมือวิกฤตโลก แค่เตรียมพร้อม ยืนยันไทยยังไม่มีสัญญาณอันตราย

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามปกติของภาครัฐ เพื่อทบทวนแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ โดยมุ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจและสามารถประสานการปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ 3 ด้าน

ประเด็นแรก เป็นการติดตามและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน ความปลอดภัยของประชาชน ความมั่นคงทางไซเบอร์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

โดยที่ประชุมได้ประเมินผลกระทบหากสถานการณ์ความขัดแย้งยกระดับถึงขั้นรุนแรงสูงสุด แบ่งออกเป็นผลกระทบทางตรงและทางอ้อม

สำหรับผลกระทบทางตรง ประเด็นสำคัญคือความปลอดภัยของแรงงานไทยและพลเมืองไทยที่พำนักหรือประกอบอาชีพอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงแผนอพยพและช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันทีหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกเรือและผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย

ส่วนผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ความขัดแย้งอาจทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนการขนส่ง การผลิต ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าเกษตร ซึ่งอาจกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

ขณะที่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าประเทศไทยจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยตรง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นแล้ว

นายพิชญเดช กล่าวว่า ประเด็นที่สอง เป็นการเตรียมความพร้อมและประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงาน โดยประเทศไทยมีแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณ์ พ.ศ. 2566-2570 รวมถึงแผนรองรับสถานการณ์เฉพาะด้านของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้ว

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการทบทวนบทบาทหน้าที่และแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การติดตามและประเมินสถานการณ์ การประสานงานระหว่างส่วนกลางกับระดับพื้นที่ การเตรียมทรัพยากรและบุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการสถานการณ์และดูแลประชาชนหากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบ

ส่วนประเด็นที่สาม เป็นเรื่องการสื่อสารข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลเผยแพร่อย่างรวดเร็ว และอาจมีข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นที่แตกต่างกัน สมช. จึงจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์

ทั้งนี้ โฆษก สมช. ย้ำว่า การประชุมดังกล่าวเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมของภาครัฐตามแผนและกลไกที่มีอยู่ ไม่ใช่การประกาศเตือนภัยหรือส่งสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังจะเผชิญสถานการณ์วิกฤตแต่อย่างใด

พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หากมีข้อมูลหรือคำแนะนำที่จำเป็น หน่วยงานรับผิดชอบจะสื่อสารให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน

ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สมช. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยมาร่วมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ

โดยนักวิชาการหลายคนมองว่า สถานการณ์โลกปัจจุบันอยู่ในภาวะ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" แต่ประเทศไทยยังอยู่ในวงรอบนอกของวิกฤตดังกล่าว ทำให้ผลกระทบแตกต่างจากประเทศในยุโรปและตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดความประมาท สมช. จึงต้องเตรียมความพร้อมและทบทวนแนวทางปฏิบัติ แม้ประเทศไทยจะมีแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติสำหรับรับมือวิกฤตตามระดับความรุนแรงอยู่แล้วก็ตาม

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์โลกมีความผันผวน และความขัดแย้งในหลายพื้นที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สมช. จึงกำหนดฉากทัศน์รองรับสถานการณ์ไว้ 4 ฉากทัศน์ โดยพิจารณาทั้งความเป็นไปได้และแนวทางรับมือในแต่ละกรณี

จากนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำฉากทัศน์ดังกล่าวไปจัดทำแผนปฏิบัติในรายละเอียดให้สอดคล้องกับภารกิจและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า สมช. เตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ศบก.สมช. เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาควิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับปรุงแผนและแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

สำหรับการแจ้งเตือนประชาชน สมช. ได้เชิญกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมหารือเพื่อเตรียมระบบสื่อสาร หากมีความจำเป็นต้องแจ้งเตือน จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละหน่วยงานมีแผนรองรับสถานการณ์ตามภารกิจของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบจากวิกฤตส่งผลต่อการดำเนินชีวิตตามปกติของประชาชน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า สมช. ได้ประเมินความเป็นไปได้ไว้ทั้งสองด้าน ไม่ว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นหรือเลวร้ายลง โดยมีฉากทัศน์รองรับทั้งสองกรณี

เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนที่อาจเริ่มซื้อสินค้ากักตุน เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์วิกฤต พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์โลกกำลังเผชิญภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต และมีสงครามเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ห่างจากประเทศไทย ซึ่งถือว่าอยู่ในวงรอบที่ 3 ของวิกฤต

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมในขณะนี้จึงเป็นหน้าที่ของส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการวางแผนรองรับด้านพลังงานและอาหาร

สำหรับความมั่นคงทางอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่า ประเทศไทยมีปริมาณข้าวมากกว่าความต้องการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงมีสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าบางรายการที่อาจมีความไม่สมดุลระหว่างปริมาณการผลิตกับความต้องการ เช่น ผลิตภัณฑ์นมและน้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเตรียมแผนปรับปรุงและแก้ไข เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดแคลนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ย้ำว่า ประชาชนสามารถสำรองอาหารไว้สำหรับครอบครัวได้ตามความเหมาะสม แต่ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นต้องสำรองอาหารในปริมาณมาก เนื่องจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อยู่แล้ว

เมื่อถามถึงความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทยว่าจะเป็นข้อได้เปรียบในการรับมือวิกฤตโลกหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นครัวของโลก และเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งด้านความมั่นคงทางอาหาร

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความมั่นใจในระยะยาว สมช. อาจพิจารณาเสนอแนวคิดจัดตั้งคลังสำรองอาหารสำหรับประเทศ ซึ่งยังเป็นแนวทางในขั้นพิจารณาและต้องใช้เวลาในการดำเนินการต่อไป

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ