รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า การประชุมล่าสุดของ กกต. มีเรื่อง พิจารณาคืบหน้ากรณีการส่งคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาคดี สว. ที่ก่อนหน้านี้ กกต.มีมติส่งศาลฎีกาดำเนินคดีอาญา ผู้ที่เกี่ยวข้อง 77 คน โดยเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 26 คน
ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อขอให้วินิจฉัยใน 2 ประเด็น ประกอบด้วย
1.เมื่อผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ได้มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามแล้ว คำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สุด ไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก เว้นแต่กรณีที่อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะตามมาตรา 63 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2561
2.กรณีที่ กกต.มีคำวินิจฉัยยกคำร้อง (ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2561) ให้ถือว่าคำวินิจฉัยของ กกต. นั้นเป็นที่สุด ไม่อาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยซ้ำได้อีก
โดย ต้นเหตุและข้อเท็จจริงของปัญหา เกิดจาก มีผู้สมัคร หรือ ผู้มีสิทธิเลือก สว.ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และ ผู้มีสิทธิเลือกรวม 5 ราย ได้แก่ นายบัลลังค์ ศรีมงคล, นางวรรษมนต์ คุณแสน, นางแดง กองมา, นายสมพาน พละศักดิ์, นางทองเสียน วงษ์ประจันทร์ และศาลฎีกาได้รับคำร้องทั้ง 3 ไว้พิจารณา ซึ่ง กกต.มองว่า การที่ศาลฎีกาเปิดรับคำร้องในลักษณะนี้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ก้าวล่วงมาตรวจสอบคุณสมบัติและทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่เป็นที่สุดไปแล้ว จึงเกิดปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญขึ้น
โดยในส่วนของ กกต.ที่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเอง ก็ไม่มีบทบัญญัติใด ให้ประชาชน หรือ ผู้สมัคร มายื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับสมัครไปแล้ว หรือขอให้ศาลฎีกาทบทวนคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. เพราะหากอ้างอิงแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ มีการวางหลักการไว้การใช้อำนาจของ กกต. ในการไต่สวนและมีคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุด
โดยเรื่องนี้ หลังจากมีกระแสข่าวออกไปก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. บอกว่า "ปัญหา คือ กกต. ใช้ฐานกฎหมายในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในเมื่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2) ระบุ หน้าที่และอำนาจของรัฐธรรมนูญไว้ว่า (2) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ไม่ได้บอกว่า สามารถวินิจฉัยการทำหน้าที่ของศาลฎีกา"
ขณะที่ นายไพศาล พืชมงคล มองเรื่องนี้ว่า "การพยายามบล็อกอำนาจศาลฎีกา ของกกต.สีน้ำเงิน จะทำให้เรื่องนี้บานปลายขยายตัวใหญ่โต"