นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีการประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองตาม พ.ร.บ. เสริมสร้างสังคมสันติสุข ว่ามีการรายงานกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอนิรโทษกรรมแล้วหรือไม่ โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน เนื่องจากการทำงานของคณะกรรมการชุดใหญ่ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองคำร้องที่ยื่นเข้ามาว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ หากมีมติอย่างไร ก็จะส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทั้งคำร้องและคำวินิจฉัยชี้ขาด สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการ จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการ
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการชุดใหญ่สามารถมีความเห็นแตกต่างจากคณะอนุกรรมการได้หรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีมติอย่างไร ส่วนการพิจารณานอกรอบว่ากรณีของนายทักษิณเข้าเงื่อนไขหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดใด ๆ โดยเห็นเพียงจากกระแสข่าวว่าจะมีการยื่นคำร้องเข้ามา รวมถึงมีบุคคลอีกหลายรายยื่นคำร้องด้วย แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด เนื่องจากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่
ด้านเงื่อนไขเกี่ยวกับคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าอยู่นอกหลักเกณฑ์หรือไม่นั้น นายปกรณ์ ยืนยันว่า กฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า คดีทุจริตและคดีมาตรา 112 จะไม่อยู่ในเงื่อนไขของ พ.ร.บ. ดังกล่าว เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าการมีชื่อนายทักษิณยื่นขอนิรโทษกรรม จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี โดยยืนยันว่าตนทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไร และไม่มีใครมาสั่งหรือบอกอะไรทั้งนั้น โดยทราบเรื่องจากกระแสข่าวเท่านั้น
ขณะที่แนวโน้มเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไปหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ทราบในมิติทางการเมือง เพราะตนพิจารณาในมิติทางกฎหมาย แต่ไม่น่าจะเป็นประเด็น เนื่องจากทุกคนต่างจับตามองการทำงานของคณะกรรมการอยู่เช่นกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าใครจะกล้าทำผิดกฎหมาย
สำหรับกรณีที่นายทักษิณทราบอยู่แล้วว่าตนเองไม่เข้าเงื่อนไข แต่ยังยื่นคำร้องเข้ามา จะมีผลอย่างไรหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า การยื่นคำร้องเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้และไม่มีโทษ ใครที่คิดว่าตนเองเข้าเงื่อนไขก็สามารถยื่นเข้ามาได้เช่นกัน จากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยไปตามหลักเกณฑ์
ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาหลังจากยื่นคำร้องแล้ว นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองก่อน หากมีมติแล้วจะต้องพิจารณาด้วยว่ามีเหตุผลอย่างไร ก่อนนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่
ท้ายที่สุด กรณีที่นายทักษิณให้เหตุผลว่าคดีของตนเองเกิดจากผลพวงของการรัฐประหาร จะถือว่าเข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่กล้าให้ความเห็นในขณะนี้ เพราะยังไม่เห็นเอกสาร แม้จะได้ยินประเด็นดังกล่าวจากกระแสข่าวมาบ้างแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีเอกสาร จึงยังไม่กล้าพูดหรือให้ความเห็น
ด้านพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีการยื่นขอนิรโทษกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้คณะกรรมการชุดใหญ่ยังไม่ได้รับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานก่อน โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข
เมื่อถามว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมได้รายงานนอกรอบหรือไม่ว่า นายทักษิณเข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรมหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานเข้ามา และยังไม่มีการรายงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ หากจะมีรายงาน คาดว่าจะเป็นการรายงานในที่ประชุมชุดใหญ่โดยตรง
กรณีกระแสข่าวที่ระบุว่านายทักษิณกดดันคณะกรรมการเพื่อแลกกับเสียงโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากรายละเอียดและสาระสำคัญของกฎหมายค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะคดีทุจริตและความผิดเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามีกระแสกดดันในลักษณะดังกล่าวมาถึงหูหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่มี และขณะนี้เรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่
สำหรับกรณีที่นายทักษิณอ้างว่าคดีความเกิดจากผลพวงของการรัฐประหาร จะเข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ โดยคณะอนุกรรมการต้องยึดสาระสำคัญตาม พ.ร.บ. เสริมสร้างสังคมสันติสุขเป็นหลัก
เมื่อถามว่าจะสามารถฟันธงได้เลยหรือไม่ว่านายทักษิณไม่เข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรม พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จากรายละเอียดที่เห็น ต้องให้คณะอนุกรรมการพิจารณาก่อนว่ามีเงื่อนไขอะไรและอย่างไร จากนั้นจึงส่งเรื่องมายังคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้น
ประเด็นช่องทางอื่นในการยื่นขอนิรโทษกรรม หากนายทักษิณไม่เข้าเงื่อนไข พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะสามารถไปยื่นที่ใดหรือดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ขณะที่กรณีคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่านายทักษิณไม่เข้าเงื่อนไข และนายทักษิณจะสามารถฟ้องร้องคณะกรรมการได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ แต่คณะกรรมการต้องพิจารณาและดำเนินการไปตามกฎหมาย