นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม นัดหมายกรรมการเพื่อประชุมกลั่นกรองเรื่องคำขอนิรโทษกรรมและประมวลรายละเอียดคดีชุมนุมทางการเมือง ก่อนเตรียมสรุปและเสนอไปยังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข (คณะกรรมการชุดใหญ่) เพื่อพิจารณา
นายปิยะศิริระบุก่อนเริ่มการประชุมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมค่อนข้างให้ความสนใจ และมีผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อตนเองเพื่อขอมาทำข่าว จึงอนุญาตให้มาทำข่าวได้ แต่ผลการประชุมจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันภายหลัง หรือหากผู้สื่อข่าวสามารถสอบถามจากกรรมการท่านใดในที่ประชุมได้ ก็เชิญสอบถามกันตามสะดวก
สำหรับบทบาทของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องในวันนี้ นายปิยะศิริระบุว่า จะมีการพิจารณาเรื่องและเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งจะมีส่วนที่อาจส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยที่คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องไม่ต้องวินิจฉัย หรืออาจมีเรื่องใดที่ต้องวินิจฉัยหรือไม่
นายปิยะศิริระบุว่า สำหรับคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องในการประชุมวันนี้ จะมีการพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย เพื่อกลั่นกรองเรื่องที่หน่วยงานส่งให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยชี้ขาด และคำร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากนั้นจะเสนอความเห็นและผลการพิจารณาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด หรือส่งเรื่องกรณีที่คณะกรรมการไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ
โดยจะมีทั้งการเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง หรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมอบหมาย
ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพิจารณา เช่น รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
สำหรับการประชุมวันนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2569 ภายหลังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา
โดยจะมีการนำเสนอวาระเข้าที่ประชุมทั้งหมด 23 เรื่อง ซึ่งเป็นที่น่าจับตาถึงจำนวนคดีทางการเมือง รายชื่อผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในห้วงวันที่ 1 มกราคม 2548-16 กรกฎาคม 2568 ยกเว้นความผิดตามมาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรงตามมาตรา 297 และความผิดต่อส่วนตัว
ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติและพฤติการณ์ทางคดีผ่านเกณฑ์ จะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการนิรโทษกรรมทางคดีการเมือง นำไปสู่การลบทะเบียนประวัติอาชญากรหรือการยุติคดีในระบบ หรือการจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำและทัณฑสถาน
โดยเฉพาะกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่า ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ต่อ 4 คดีตามคำร้อง ถือเป็นคดีทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่เกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากคดีชุมนุมทางการเมือง จึงอาจไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี
และเมื่อเปรียบเทียบไปยังแนวคิดและนโยบายของปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้เปิดเผยในที่ประชุมครั้งที่ 2/2569 ภายใต้ชื่อคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความหรือการคุมขังที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง ถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและผลกระทบต่อครอบครัวของผู้เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้
“ต้องนึกถึงใจเขา ใจเรา ให้คิดว่าบุคคลเหล่านั้น หากเป็นญาติหรือครอบครัวของเรา ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันคลี่คลายปัญหาอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลา 6 เดือน” นายปิยะศิริกล่าว
สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามการดำเนินการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทันที โดยไม่ต้องรอการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่
พร้อมทั้งเร่งจัดทำและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ ซึ่งมีนายปกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นประธาน เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนตามขั้นตอนของกฎหมาย