ความคืบหน้ากรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อส่งต่อไปยัง ปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการฯ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 เพื่อล้างมลทินในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ล่าสุด ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
ระบุว่า
"ข้อเท็จจริงเรื่องคดีของดร.ทักษิณคือ ไม่มีโทษจำคุกจากคำพิพากษาคดีใดๆอีกแล้ว ทุกเรื่องเป็นที่ยุติหลังได้รับการปล่อยตัว
การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อให้พิจารณาลบประวัติอาชญากรรม เพราะทุกคดีตั้งต้นโดยอำนาจคณะรัฐประหาร เป็นการดำเนินการตามสิทธิ์ที่มีเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน ผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรเป็นอำนาจชี้ขาดของกรรมการ ซึ่งตามข่าวบอกว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนในชั้นอนุกลั่นกรอง
ส่วนคดีมาตรา 112 ที่อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นข้อยกเว้นที่เขียนไว้ชัดเจนในพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
มติที่ประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขนัดแรก เปิดให้ยื่นเรื่องได้ทั้งโดยตรงที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและส่งข้อมูลทางออนไลน์ ไม่ทราบว่ามีผู้ใดยื่นเรื่องผ่านช่องทางไหนบ้าง อาจมีบางรายหรือหลายรายที่กรรมการต้องพิจารณาโดยละเอียด ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ถึงที่สุดผลการพิจารณาก็ต้องปรากฏต่อสังคม ไม่ใช่เรื่องปิดลับ
ส่วนกระแสข่าวว่าดร.ทักษิณเปิดดีลให้คณะกรรมการเห็นชอบ แลกกับเสียงโหวตของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเป็นทั้งเฟคนิวส์และเฟคดีล เพราะถ้าดูการเมืองจากสภาพที่เป็นจริง คะแนนเสียงสนับสนุนรัฐบาลไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่กดดัน
ปัญหาการทำงานในพรรคร่วมรัฐบาลไม่มี ขณะที่แกนนำฝ่ายค้านเพิ่งปรับบางพรรคออกจากวิปฝ่ายค้าน สมการแบบนี้ คะแนนเสียงหนุนรัฐบาลอาจเพิ่มขึ้น คะแนนฝ่ายค้านอาจลดลง ไม่น่าเป็นเงื่อนไขทางการเมืองอย่างที่ปล่อยข่าวกัน
ให้คณะกรรมการทำหน้าที่ตามกฎหมาย กรอบเวลามีการประกาศไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จทุกขั้นตอนภายใน 6 เดือน สิทธิ์เป็นของผู้ยื่น อำนาจเป็นของกรรมการ อีกไม่นานก็จะมีข้อสรุป
สำหรับกรณีดร.ทักษิณ ใครไม่เจอกับตัวคงไม่เข้าใจ
เมื่อคณะรัฐประหารนิรโทษกรรมตัวเองได้ตั้งแต่นาทีแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิ์ต่อสู้ทุกช่องทางจนถึงนาทีสุดท้าย"