นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจในพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 5 พรรค ว่า พรรคฝ่ายค้านพยายามทำงานให้ความเคารพกัน เพราะถือหลักสิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการเวลาตามสัดส่วน สส. แต่ละพรรคและบริหารให้เหมาะสม
จึงเป็นเหตุผลที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจำนวนเยอะ
จึงต้องบริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และหัวข้อการอภิปราย ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยเพราะยังอยู่ในชั้นความลับ ซึ่งจะได้เห็นอีกไม่นานในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงไม่ได้ถามแต่ละพรรคการเมืองว่าจะอภิปรายแนวเรื่องอะไรบ้าง
“เพราะเราถือว่าแต่ละพรรคการเมืองมีวุฒิภาวะ และเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจที่ประชาชนกำลังเฝ้ารอดู แต่ไม่ว่าอย่างไรอาจจะมีบางประเด็น ที่มีการพูดคุยกัน คงไม่ใช่ทุกประเด็นเพื่อทำให้การทำหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ ระบุต่อว่า หากเป็นการอภิปรายซ้ำในพรรคฝ่ายค้านหรือถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีประสิทธิภาพ รัฐบาลชี้แจงได้ง่าย จึงถามว่ารัฐบาลกังวลอะไร หากรัฐบาลรู้สึกว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านและอภิปรายไม่มีประเด็นสาระ ไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะประชาชนจะด่าฝ่ายค้านเอง แต่วันนี้ที่รัฐบาลพยายามพูดแบบนี้ออกมาเพราะว่ารู้น้ำหนักที่ฝ่ายค้านจะพูดในการอภิปรายมีสูง และอาจสร้างผลสะเทือนต่อรัฐบาลดังนั้นการที่รัฐบาลพยายามแสดงให้เห็นเรื่องเสถียรภาพและเสียงที่มีอยู่ของพรรคร่วมรัฐบาล อาจจะทำให้ประชาชนมองว่า รัฐบาลดิ้นยังไม่นิ่งพอ ก่อนยืนยันฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
แม้ฝ่ายค้านจะอภิปรายในเรื่องเดียวกัน แต่ประเด็นและสาระต่างกัน ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นการอภิปรายที่มีประสิทธิภาพแน่นอน ส่วนจะนำไปสู่ผลดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ ยอมรับว่ามีหลายปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ยังอย่างน้อยที่สุดมั่นใจในข้อมูลหลักฐานและเอกสารทั้งหมด ไม่ใช่การพูดแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง
เมื่อถามว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย 18 คน พรรคประชาชนจัดคนอภิปรายครบทั้ง 18 คนหรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่า ครอบคลุมทุกประเด็น
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะใช้เวทีซักฟอกของฝ่ายค้านถือโอกาสเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีดึงเอาพรรคกล้าธรรมมาร่วมด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคกล้าธรรมต้องรอดูก่อน เพราะเวลาเราจับสัญญาณเรื่องนี้ตนไม่ค่อยมั่นใจว่าเพื่อน สส.ข้างสีน้ำเงินจะแฮปปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ แต่ตนขอไม่ลงรายละเอียดเดี๋ยวคนให้ข้อมูลจะเดือดร้อน แต่คิดว่ามีกระบวนการบางอย่างที่ไม่ได้เป็นความสามัคคีสมานฉันท์ในฝ่ายสีน้ำเงินแน่ๆ ต้องรอดูก่อนว่าสุดท้ายทางพรรคการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม จะเข้าไปร่วมได้หรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สุดท้ายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะตัดสินใจอย่างไร สำหรับเราเรื่องนี้รอลุ้นเพราะเราให้ความสำคัญกับเนื้อหาของการอภิปราย และทำให้การอภิปรายครั้งนี้ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนใครจะจับมือกับใครหรือจะมีการโยกย้ายใคร อย่าพึ่งไปคิดถึงตรงนั้นเพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของฝ่ายค้านที่จะทำอะไรได้อยู่แล้ว
เมื่อถามถึงแคมเปญของพรรคประชาชน “กินรวบ โกยเรียบ บริหารประเทศรายวัน” เบาไปหรือไม่หากเทียบกับแคมเปญพรรคประชาธิปัตย์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วยังไม่ใช่แคมเปญของเรา ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ การจะฉายภาพให้ชัดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ก็ขอให้รอติดตาม ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบ ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะมีการพูดคุยกัน
ส่วนสัปดาห์หน้าจะได้อภิปรายจริงหรือไม่ นายรังสิมันต์ ยืนยันว่าที่ผ่านมา ตนเป็น สส.มา 3 สมัย ก็ไม่เคยเห็นว่าเจรจาจบปุ๊บสัปดาห์หน้าเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย คิดว่าคงต้องมีการพูดคุยกันซึ่งเราคงไม่ยอมให้ฝ่ายรัฐบาลเอาเปรียบ