"แสวง" โต้ กกต. ยื้อคดีฮั้ว สว. ยันไม่มีประโยชน์ในการถ่วงสำนวน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"แสวง" โต้ กกต. ยื้อคดีฮั้ว สว. ยันไม่มีประโยชน์ในการถ่วงสำนวน เผยช้าเพราะเหตุไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกกล่าวหา

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้ว สว. ว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของ กกต. โดยยืนยันว่าจะพิจารณาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรอบคอบและเป็นธรรม ซึ่งกำหนดให้ในแต่ละสัปดาห์จะมี 1 วัน ที่พิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะไม่ได้มีแค่คดีฮั้ว สว. แต่ยังมีคดีเลือกตั้งอื่นๆ อีก เช่น เลือกตั้งท้องถิ่น และเลือกตั้ง สส. แต่คดีฮั้ว สว. เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ ซึ่งจะมีการพิจารณาไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งมีความล่าช้า 

กกต. ผู้สื่อข่าว
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

หากมีข้อสรุป สำนักงาน กกต. จะรายงานให้รับทราบต่อไป และขอให้มั่นใจว่า กกต. จะพิจารณาไปตามข้อกฎหมายและหลักฐานในสำนวน

นายแสวง ยังกล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตการยื้อคดี หรือสุดท้ายจะยกคำร้องในคดีนี้ว่า จริงๆ ไม่มีประโยชน์ในการถ่วงสำนวน แต่เป็นไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละสำนวน ซึ่งการพิจารณาสำนวนทั่วไปใช้เวลา 6-9 เดือน การใช้เวลาเยอะไม่ได้อยู่ที่ กกต. แต่อยู่ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับ กกต. สำนวนที่เกี่ยวกับ สว. แต่ละคนพิจารณาครบหมดแล้ว แต่พอเอาทุกสำนวนมารวมกัน เป็นสำนวนฮั้ว สว. ผู้ถูกกล่าวหาและพยานมีจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลา หากได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกกล่าวหา ก็จะเสร็จเร็ว

"เวลาเราไปเรียกพยานหลักฐาน ส่วนมากผู้ที่ถูกกล่าวหา และพยานส่วนใหญ่จะบ่ายเบี่ยงและชะลอ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิ์ จนไปถึงขั้นหนึ่งที่เราเห็นว่าไม่ได้แล้ว เพราะเป็นการประวิงเวลา นั่นเราจะใช้อำนาจในการบอกว่าจะพิจารณาเท่าที่หลักฐานมี ซึ่งอาจจะเป็นโทษกับท่านก็ได้ หากทุกคนมาชี้แจงก็น่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง ซึ่งหลักฐานที่มีอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าการกระทำผิดจริง หากเรารวบรวมหลักฐานได้แค่นี้ไม่เพียงพอ เพราะเราต้องไปศาล มันมีหลายมิติ นั่นคือความละเอียด รอบคอบ สิ้นกระแสความของข้อมูล นั่นคือความซับซ้อนของการพิจารณาสำนวนคดี สว. ซึ่งเป็นสำนวนใหญ่" นายแสวง กล่าว

นายแสวง ยังปฏิเสธข้อมูลกระแสข่าวที่ว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งชุดที่ 36 มติเสียงข้างมากพูดว่า ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไม่มีมูลความผิด โดยชี้แจงว่า ทำตามใจทุกคนไม่ได้ เพราะต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งวิธีพิจารณาคดีสืบสวนมี 4 ขั้นตอน เป็นการสร้างขั้นตอนที่ให้มีการตรวจสอบกันและกัน ซึ่งในคณะอนุชุดที่ 36 ยังไม่มีใครทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และยืนยันว่าไม่ได้มีการจะยื้อเวลา แต่เป็นไปตามขั้นตอน เพราะมีเอกสารและพยานจำนวนมาก ส่วนจะมีมติอย่างไรต้องรอลุ้นจาก กกต.

นายแสวง ไม่ยืนยันว่าเอกสาร 90,000 หน้า เพียงพอแล้วหรือไม่ เพราะท้ายที่สุดมติก็จะเปิดเผยอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลา และเลขาธิการ กกต. ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาสำนวนนี้ ซึ่งในข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นกระแสความ สามารถเรียกบุคคลมาสอบเพิ่มเติมได้ ซึ่งในชั้นอนุวินิจฉัยไม่ได้เรียกบุคคลใดเข้ามาสอบ พิจารณาจากเอกสารเป็นหลัก และเชื่อว่าสำนวนน่าจะมีความสมบูรณ์พอสมควรแล้ว เชื่อว่า กกต. จะมีวิธีพิจารณาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมจากโอกาสในการชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ขณะเดียวกัน กกต. ก็ต้องพิจารณาเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้รอบคอบ ว่าที่รวบรวมได้ผลจะเป็นไปในทิศทางไหน เท่าที่ทราบ กกต. จะทำให้เสร็จโดยเร็ว

เมื่อถามว่าสำนักงาน กกต. เตรียมแผนรับมือหรือไม่ หากผลวินิจฉัยของ กกต. ออกมาในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งอาจสร้างความสงสัยและกังวลใจให้กับสังคม นายแสวง กล่าวว่าตอนนี้คนสงสัยแน่นอน แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยออกมา คนจะไม่สงสัยแล้ว แต่จะถูกใจหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะคิดแทนประชาชนไม่ได้ เพราะมีฝ่ายที่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้อยู่ แต่สิ่งที่อธิบายได้ทุกเรื่องคือ คำวินิจฉัย พยานหลักฐาน และความเห็นที่จะออกมาจะสมเหตุสมผลรับฟังได้หรือไม่ โดยไม่กังวลกระแสอะไร พร้อมย้ำว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกฎหมาย

 

ส่วนสำนวนอื่นๆ ที่ค้างอยู่นั้น นายแสวง ยืนยันว่าจะทำให้เสร็จโดยเร็ว เพราะความช้าคือความไม่ยุติธรรม ซึ่งสำนักงานได้เร่งดำเนินการอยู่แล้ว และทำภายใต้กรอบเวลาระเบียบสืบสวน โดยไม่กังวลว่าจะมีคำร้องอีก 2,000 เรื่อง ที่ต้องพิจารณา ซึ่งคดีฮั้ว สว. เป็นสำนวนใหญ่ที่ต้องเชื่อมโยงกันหมดก่อนที่จะทำความเห็น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ