จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากมีคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ออกจากพื้นที่ในช่วงวิกฤตน้ำท่วม ล่าสุด นายชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ออกมาเปิดข้อเท็จจริงอีกมุมผ่านทีมข่าว PPTV ถึงสาเหตุที่ต้องสั่งย้ายด่วน เนื่องจากบริหารจัดการช่วงวิกฤตล้มเหลว
นายชนาธิป ระบุว่า กรณีที่มีคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์
ได้มีหนังสือสั่งการไปยังนายอำเภอทุกพื้นที่ ให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมความพร้อมในการอพยพ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งพื้นที่อื่นไม่มีปัญหาในการบูรณาการหรือประสานงาน
แต่อำเภอบ้านสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ มีเวลาเป็นสัปดาห์กว่าน้ำจะไปถึง การเตรียมความพร้อมและแจ้งเตือนประชาชนกลับติดขัดไปหมด ทั้งเรื่องการอพยพประชาชนเข้าศูนย์พักพิง และการส่งเสบียงอาหาร
เมื่อสอบถามไปยังปลัดอำเภอ ได้รับคำตอบว่าต้องรอการตัดสินใจจากนายอำเภอเพียงคนเดียว ตนเองในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จึงได้โทรศัพท์ไปหานายอำเภอ แต่กลับไม่รับโทรศัพท์และถูกตัดสาย ตนมองว่า ในภาวะวิกฤต การสื่อสาร การสั่งการ และการประสานงานเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นการตัดสายผู้บังคับบัญชา จึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
นอกจากนั้นยังมีเรื่อง การอพยพประชาชนออกจากศูนย์พักพิงที่กำลังถูกน้ำท่วม มีการขอรถ ปภ. และ รถทหาร สนับสนุนภารกิจ แต่นายอำเภอกลับตอบว่า "ตอนนี้ยุ่งอยู่ ให้รอวันพรุ่งนี้" ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับส่วนราชการเป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังมีเรื่องถุงยังชีพ ที่ตนเองได้นำไปส่งมอบให้ในพื้นที่ด้วยตนเอง ขนย้ายลงเรือ และฝากให้นายอำเภอนำไปมอบต่อให้ชาวบ้านในจุดที่เข้าถึงยาก เนื่องจากเวลานั้นใกล้ค่ำและเดินทางลำบาก แต่เมื่อนายอำเภอเห็นว่าถุงยังชีพเป็นของ ปภ. ก็บอกว่า “ถ้างั้นผมไม่ไป" ซึ่งตนเองไม่ทราบว่ามีอคติอะไรกับหน่วยงาน ปภ. หรือไม่ จนสุดท้ายชาวบ้านต้องช่วยกันลำเลียงถุงยังชีพเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย
ขณะเดียวกัน ศูนย์พักพิงที่นายก อบต. จัดตั้งขึ้น ก็ไม่สามารถประสานงานกับนายอำเภอได้ ทำให้ทั้งผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้านต่างอึดอัด สะท้อนให้เห็นว่า ภาพลักษณ์การบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถบูรณาการในภาวะวิกฤตได้ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องย้ายนายอำเภอคนนี้ออกไป
ส่วนกระแสในโซเชียลที่ชื่นชมการทำงานของนายอำเภอนั้น นายชนาธิป บอกว่า ส่วนตัวตำหนินายอำเภอว่าไม่ลงพื้นที่ทำงาน แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าการบริหารจัดการภาพรวมในช่วงวิกฤตน้ำท่วมขาดประสิทธิภาพจริงๆ คนนอกอาจจะเห็นแค่มุมเดียวผ่านสื่อโซเชียล
แต่ส่วนราชการในพื้นที่ ระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายอำเภอ สะท้อนมาตลอดว่าทำงานอย่างอึดอัด อย่างสิ่งที่ตนเองได้ยินมาตลอดคือ นายอำเภอคนนี้ทำงานแบบสร้างภาพ เช่น เรื่องการแจกถุงยังชีพของหน่วยงานต่างๆ จะมีการระดมผู้ใต้บังคับบัญชาไปลงพื้นที่ถ่ายรูป แต่เอาถุงยังชีพไปเพียงแค่ 2-3ชุด สำหรับถ่ายรูปเท่านั้นไม่ได้นำไปแจกให้ชาวบ้านจริงๆ
รวมถึงก่อนหน้านี้ก็มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง มาเล่าให้ฟัง ในช่วงที่ระดับน้ำท่วมแค่หัวเข่า นายอำเภอสั่งให้นั่งลง เพื่อให้น้ำอยู่ระดับอก แล้วถ่ายรูปลงโซเชียลเพื่อทำคอนเทนต์ ซึ่งตนเองในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าฯ ที่ดูแลภาพรวมทั้งจังหวัด เมื่อได้รับรายงานข้อมูลปัญหาและอุปสรรคในพื้นที่ ก็ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาขึ้นไป เพราะถ้าละเลยไม่ทำอะไรตนเองก็จะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่เช่นกัน