"พลพีร์" แจงยิบปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ไม่ใช่คำสั่งนายกฯ ชี้หลายส่วนรายงานตรงกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"พลพีร์" แจงยิบปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ไม่ใช่คำสั่งนายกฯ ชี้หลายส่วนรายงานตรงกัน ย้ำเหรียญมี 2 ด้าน ทำโซเชียลดีแต่หน้างานปฏิบัติไม่เหมือนโซเชียล

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จากปัญหาและการร้องเรียนเกี่ยวกับการรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบภัยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรีว่า

ตนฟังจาก นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ ปราจีน นายก อบจ. และผู้นำท้องถิ่นจังหวัดปราจีนบุรีทุกคนรายงานเหมือนกันหมด เกี่ยวกับนายอำเภอบ้านสร้าง และตนเป็นคนรายงานนายกรัฐมนตรี ว่าเราได้รับรายงานอย่างนี้มาจากจังหวัด 

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ผู้สื่อข่าว
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย

ซึ่งเป็นการรายงานด้วยวาจา พอมีคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ตนพึ่งไปเห็นว่า นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำหนังสือตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 แล้ว เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องเค้าโครงเดียวกันหมด ในการตอบสนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา คือผู้ว่าฯ ณ วันนั้นและรองผู้ว่าฯ ที่รักษาราชการแทนผู้ว่า เป็นทำนองเดียวกัน

"ซึ่งผมเข้าใจว่า ที่นายอำเภอบ้านสร้างเป็นผู้ที่ทำโซเชียลมีเดียได้ดี ประชาชนจะเห็นวิธีการปฏิบัติหน้าที่ในสื่อออนไลน์ แต่ในเชิงการปฏิบัติหน้าที่หน้างาน การสื่อสาร หรือการสนองนโยบาย ไม่ได้เป็นไปตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้ว่าฯ ณ วันนั้น และรองผู้ว่าฯ มีความคิดเห็นเดียวกันอยากให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ก่อน และจะเอาปลัดอำเภอเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน"

นายพลพีร์ กล่าวว่า อยากบอกชาวอำเภอบ้านสร้างไม่ต้องกังวล เรารู้สถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร วันที่ตนไปลงพื้นที่ รักษาการผู้ว่าฯ ได้รายงานสิ่งที่ขาดเหลือคืออะไร และดำเนินการประสานให้ทันที เรารู้ว่าบ้านสร้างนั้นหนักหน่วง อาจจะต้องรับน้ำจากที่อื่นด้วย และน้ำยังไม่ได้รับการระบายเร็วเท่าที่เราคาดการณ์ไว้ จึงต้องเร่งทำให้ประชาชนอุ่นใจมากที่สุด

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ในเมื่อหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นผู้บังคับบัญชา มีความเห็นเป็นแบบนั้น พอรักษาราชการมาก็ยังมีความคิดเห็นเป็นอย่างนั้น ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นก็ยังมีความคิดเห็นเป็นอย่างนั้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้อธิบดีกรมการปกครอ งได้เชิญนายอำเภอออกจากพื้นที่ไปก่อน และตนเป็นผู้รายงานนายกรัฐมนตรีเอง

แต่ ณ วันที่รายงานนายกฯ คำสั่งได้ออกไปแล้ว ดังนั้นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป็นคนไปสั่งอธิบดีกรมการปกครองในการให้ย้ายนายอำเภอ อย่างใดเลย และหลังจากอธิบดีกรมการปกครองลงนามในหนังสือ เราเพิ่งไปเห็นว่ามีจดหมายของอดีตผู้ว่าฯ แสดงว่าอธิบดีกรมการปกครองรู้อยู่แล้ว ตนคิดว่าอธิบดีฯ ก็รอดู หากผู้ว่าฯ เกษียณไปแล้ว จะมีเนื้อหาหรือพฤติกรรม หรือรายละเอียดอื่นๆแตกต่างไปหรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่มี จึงเป็นที่มาการลงนามในหนังสือเพื่อเอานายอำเภอออกจากพื้นที่ ก่อน

"พวกผมอาจจะลงพื้นที่ไปวันสองวัน หรือวันนึง 5 ชั่วโมง เราอาจจะไม่เห็นพฤติกรรม หรือวิธีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เท่ากับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จริง ฉะนั้นเราเชื่อใครไม่ได้ ยกเว้นผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ เพราะเขารายงานมาอย่างไรก็ควรจะเป็นอย่างนั้น และคงไม่มีเหตุผลอะไร ที่อดีตผู้ว่าฯ ปราจีน และรองผู้ว่าฯ ที่จะรายงานเท็จในกรณีอย่างนี้ ในเมื่อมีภัยและอุทกภัยอยู่ ประชาชนยังเดือดร้อน ผมคิดว่าถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ คงไม่ทำรายงานขึ้นมาแบบนี้" นายพลพีร์ กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้ กระแสโซเชียลแรง นายพลพีร์ ตอบว่า เราต้องมาคิด ยกตัวอย่างถ้าเราลงไปปฏิบัติหน้าที่ เหรียญมีสองด้านเสมอ โลกความเป็นจริงกับโลกออนไลน์ อาจจะแตกต่างกัน ก็ขอช่วยเหลือประชาชนหน้างาน ซึ่งโซเชียลมีเดียก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการสื่อสารสองทาง คือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อาจมีข้อความมา และผู้ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ก็อาจจะนำเสนอตัวเอง ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร

"ฉะนั้นเหรียญมี 2 ด้าน แต่ผมคิดว่าระดับ ซี 10 ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ เป็นผู้บัญชาการในพื้นที่เกิดเหตุ เขาคงวิเคราะห์ คำนวณ และมีรายละเอียดเพียงพอ ถึงได้มีหนังสือขึ้นมา ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงโทษ ถ้าผู้บังคับบัญชาคิดว่า เนื้อหาในการปฏิบัติหน้าที่ อาจไม่เพียงพอ ต่อนโยบายที่ผู้ว่าทำ ขอแค่ย้ายออกมาก่อน และเอาคนที่คิดว่าน่าจะสนองต่อนโยบายได้ดีลงไปปฏิบัติหน้าที่ อย่างที่นายกฯ ได้เรียนเมื่อวานถ้าเป็นอย่างนั้นจริงตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนถามพยานหลักฐาน หากนายอำเภอไม่ทำผิดอะไรก็กลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม" รมช. มหาดไทยกล่าว

เมื่อถามว่า นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดมหาดไทยออกโพสต์มาปกป้อง นายเสฏฐวุฒิ นายพลพีร์ กล่าวว่า ในการที่มหาดไทยมีเรื่องการบำบัดทุกข์บำรุงสุขอยู่แล้ว ที่จริงก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ข้าราชการระดับนายอำเภอ มีรายงานอะไรแบบนี้ขึ้นมา ถ้าเป็นตนไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว พี่ๆน้องๆ ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย อาจจะมีพฤติกรรมแบบนี้ตามรายงานจริง ตนก็ตกใจเช่นกัน เพราะมีอุทกภัยประชาชนเดือดร้อนวงกว้างเราไม่ควรนิ่งนอนใจ เราควรจะเป็นตัวแทน ในการไปบำบัดทุกข์ บำรุงสุขช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่ามีเสียงสะท้อนจากประชาชน จังหวัดปราจีนบุรี ค่อนข้างสนับสนุน นายเสฏฐวุฒิ นายพลพีร์ กล่าวว่า จริงๆ มี 2 ด้าน ภาคเอกชนก็มาบอกว่าการบริหารจัดการน้ำไม่ดี การดูแลประชาชนในบางส่วนก็อาจจะไม่ดี ตนดูสัมภาษณ์ทีวีช่องหนึ่งเขาบอกเห็นนายอำเภอในออนไลน์ แต่ยังไม่เห็นตัวจริง เรื่องราวมันมีทุกแบบ เหรียญอาจจะไม่ได้มีแค่ 2 ด้านด้วย อาจจะมีมุมทะแยง มุมขวางหรือมุมอะไรอีก อยู่ที่ว่าเราจะรับฟังอะไร

แต่วันนี้เราจะไม่รับฟังผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ คงไม่ได้ ซึ่งเขาเป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อมีการรายงานมาทางกรมก็ต้องพิจารณา ตามเนื้อบทของเอกสาร คงไม่ใช่ว่ามีรายงานมาแล้วต้องไปไถโซเชียลดู ว่าวิธีการทำงานคืออะไร คอมเมนต์คืออะไร ตนคิดว่าทุกคนมีวุฒิภาวะเพียงพอ ในการรายงานขึ้นมา เรื่องแบบนี้คงไม่มีรายงานเท็จ

เมื่อถามว่า มีข่าวในพื้นที่ว่านายอำเภอบ้านสร้าง มีประเด็นขัดแย้งกับอดีตผู้ว่าฯ เรื่องให้ทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่ นายพลพีร์ ตอบว่าถ้ามีข้อมูลมาเราต้องตรวจสอบอยู่แล้ว แต่โดยส่วนตัวสิ่งที่ได้รับรู้มา ตนก็ยังไม่ปักหลักว่าจริงหรือไม่ เพราะรองผู้ว่าฯ ที่ขึ้นมารักษาการก็รายงานทำนองเดียวกันกับอดีตผู้ว่าฯ รวมถึงผู้นำท้องถิ่นอย่างนายก อบจ.เมื่อเจอ ตนก็รายงานทำนองเดียวกัน อย่างเมื่อ อบจ.จะลงไปก็มีการประสานงานที่ดีไม่เพียงพอในการช่วยเหลือประชาชน ฉะนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าการสั่งย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง นายพลพีร์ ตอบว่า "ไม่มีการเมืองอยู่แล้วเพราะเป็นการรายงานมาจากจังหวัด และมีเอกสารจากอดีตผู้ว่าฯ ชัดเจน  และรายงานจากรองผู้ว่าฯ ก็ชัดเจน ถ้ามีการสอบจริงๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมาให้ข้อมูล วันนี้เราไม่มีการเมืองอยู่แล้ว"

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ