นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดินทางมาเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (MLC) ครั้งที่ 11 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้โทรศัพท์หารือกับนายติน หม่อง ชเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา โดยหารือกันประมาณ 10 นาที จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่มีความห่วงใยในประเทศไทยเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลเมียนมาและกองกำลังเมียนมาต่อกองกำลังของชนกลุ่มน้อยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมีผลกระทบต่อประเทศไทยและมีคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บ
ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยือนเบลารุส และได้แสดงความกังวลของฝ่ายไทย เพราะเราได้คุยกันแล้วว่า การปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ของเมียนมาไม่ควรจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะการใช้เครื่องบินโจมตีฐานปฏิบัติการ มันควรจะห่างจากชายแดนไทยให้มากที่สุด อันนั้นก็เป็นประเด็นหนึ่ง
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อีกประเด็นหนึ่งก็คือประเทศไทยกำลังดำเนินการในเรื่องที่เราอยากจะให้เมียนมากลับสู่อาเซียน ซึ่งก็หมายความว่าฝ่ายเมียนมาก็ต้องมีท่าทีตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนด้วย ซึ่งข้อกังวลของอาเซียนก็คือเราอยากจะเห็นการลดระดับของความรุนแรงในเมียนมา เพราะเราเห็นว่าการลดระดับความรุนแรงเนี่ยของทุก ๆ ฝ่าย มันจะช่วยในเรื่องของการสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการหารือและกระบวนการปรองดองที่จำเป็นต่อสันติภาพในเมียนมา ถ้ามันมีความคืบหน้าเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่ดีในการที่อาเซียนจะพิจารณาในการประชุมสุดยอดของผู้นำอาเซียนว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา การมีส่วนร่วมของเมียนมาในการประชุมของอาเซียน
“เพราะประเทศไทยเราก็เห็นความสำคัญที่จะนำเมียนมากลับสู่อาเซียน แต่จะทำอย่างนั้นได้ เมียนมาก็ต้องไม่การดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ใช่อาเซียนอย่างเดียวแต่ประชาคมโลกเราก็มีข้อกังวล ก็ได้แจ้งประเด็นเหล่านี้ให้รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาทราบ” นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ขณะนี้ตนมีแผนการที่จะไปเยือนเมียนมา ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดมผู้นำของอาเซียนระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยากจะหารือว่าการสู้รบไม่ควรจะบานปลายมากระทบกับประเทศไทย และที่สำคัญควรจะลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ในเมียนมา ขณะนี้ก็นอกจากพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาแล้ว กำลังประสานที่จะพบกับประธานาธิบดีมิน ออง ไหง์ ด้วย และเป็นประเด็นที่คงจะได้นำไปหารือกับผู้นำเมียนมา เพราะว่าเราอยากได้รับทราบท่าทีล่าสุดของเมียนมา เพื่อจะได้นำไปหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนคนอื่น ๆ เพราะรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนต้องมีการเสนอแนะเรื่องเมียนมาไปยังผู้นำอาเซียนในการประชุมสุดยอดของอาเซียน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วหลังจากที่ได้แจ้งความห่วงกังวลของเราไปแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาว่าอย่างไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาก็บอกเข้าใจเรื่องนี้และทราบข้อกังวลของฝ่ายไทยแล้ว เขาก็จะรีบแจ้งให้ผู้นำของเมียนมาทราบ แต่คิดว่าเรื่องของการปฏิบัติการขณะนี้ เขาก็พยายามหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ การปฏิบัติการใด ๆ ที่มันจะกระทบต่อฝ่ายไทย และเราก็ประท้วงแล้วโดยเฉพาะทางฝ่ายทหาร ก็ได้มีการแสดงท่าทีชัดเจนว่าเรามีความกังวล และหวังว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ทางกระทรวงต่างประเทศเราก็ทำหน้าที่ของเรานะครับคือการคุยเพื่อแสดงความกังวลแล้วก็ขอให้เขาหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการใด ๆ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การเดินทางไปเมียนมาในวันที่ 12 พฤศจิกายน เป็นการไปวันเดียว เมื่อสักครู่ที่กคุยกัน เขาก็ทราบว่าตนจะไป คิดว่าทางฝ่ายเมียนมาก็พร้อมที่จะรับ จริง ๆ แล้วการเยือนครั้งนี้ก็เพื่อจะได้รับข้อมูลล่าสุด อาจจะเป็นการเสริมการเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้แทนพิเศษของอาเซียนที่เดินทางไปแล้วก่อนหน้านี้
“ในส่วนของไทยเราเป็นเพื่อนบ้าน ถ้าเขาจะให้ข้อมูลเราเพิ่มเติม หรือเราพอจะทราบว่าอนาคตต่อไปเขาจะเดินหน้าอย่างไร มันเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของอาเซียน เพราะว่าแน่นอนว่าประเทศไทยเราก็อยากจะให้เมียนมากลับสู่อาเซียน เราก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เมียนมาก็ต้องช่วยตัวเองด้วย” นายสีหศักดิ์กล่าว