พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทยเมียนมาว่าได้มีการเฝ้าระวังเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ ว่า ประเทศเมียนมามีพื้นที่ที่มีปัญหา คือ อ.เมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งกองทัพดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว โดยแต่ละระดับเมื่อเกิดเหตุการณ์สมช. ได้เน้นย้ำมติที่ออกโดย สมช.ไปยังแต่ละหน่วยในพื้นที่ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งทางกองทัพได้เตรียมการเคลื่อนกำลังพล และจัดเตรียมอาวุธยุทธโธปกรณ์เข้าไปในพื้นที่
ส่วนเรื่องการเจรจาหรือการทำหนังสือประท้วงทั้งในระดับกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไทย และ สมช. ได้มีการแจ้งไปยังทางการของเมียนมาแล้วว่าไม่ควรเจอสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนการเยียวยากระทรวงมหาดไทยได้เข้าไปดำเนินการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการในการเข้าไปพูดคุยกับทางการของเมียนมา รวมทั้งจัดเตรียมแผนการอพยพหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนกรณีที่ทำหนังสือส่งไปยังทางการของประเทศเมียนมาแต่ยังไม่มีการปฏิบัติตาม จะดำเนินการหรือมาตรการอย่างไร พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เชิญผู้ช่วยทูตมาพูดคุยแล้ว ซึ่งได้มีการรับปากกันแล้วว่าจะไปดำเนินการ
ส่วนประเทศเมียนมาจะให้ความร่วมมือดีหรือไม่พล.อ.ชัยพฤกษ์ ระบุว่า เขาให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่หน่วยที่ปฏิบัติในทุกที่ก็ต้องระมัดระวังเพราะเป็นการใช้อาวุธ หากผิดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียวหรือองศาเดียว กระสุนปืน ค. ก็สามารถพลาดข้ามมาฝั่งไทยได้ ซึ่งกองทัพสั่งให้มีมาตรการเข้าไปสกัดกั้นในเรื่องดังกล่าวแล้ว
ด้าน พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ให้การต้อนรับ พลจัตวา Win Thu Lin ผู้ช่วยทูตทหารเมียนมาประจำกรุงเทพฯ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับ การพบปะในครั้งนี้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพเมียนมา โดยทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกองทัพ การสื่อสารและประสานงานอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการใช้ช่องทางความร่วมมือที่มีอยู่เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างกัน
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ ชายแดนไทย เมียนมา ในห้วงที่สัปดาห์ผ่านมา กองทัพไทยได้เน้นย้ำให้ การปฏิบัติการทางทหารใดๆ ในฝั่งเมียนมา ขอให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น กับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของ ประชาชนชาวไทย ซึ่งการหารือดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาช่องทางการติดต่อประสานงานระหว่างกองทัพ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพไทยและกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง