เมียนมา และลาว ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ ในการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำบนแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดนเมียมา-ลาว เพื่อสนองตอบต่อบันทึกความเข้าใจร่วม หรือ MoU ว่าด้วยความร่วมมือในด้านไฟฟ้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
การลงนามข้อตกลงร่วมพัฒนา หรือ JDA เกิดขึ้นที่กรุงเวียงจันทน์ มี มะโนทอง วงไซ รัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรมและพาณิชย์ สปป.ลาว และ อู อ่าย จ่อว์ รัฐมนตรีช่วยพลังงานเมียนมา ได้ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามในข้อตกลงดังกล่าวระหว่าง บริษัท พงซับทะวี จำกัดของลาว กับ บริษัท พริมัส จากเมียนมา
มะโนทอง วงไซ ระบุว่า โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์มิตรภาพระหว่างเมียนมา-ลาว ที่จะนำประโยชน์ไม่เพียงแค่มาสู่พื้นที่ชายแดนระหว่างทั้ง 2 ชาติ แต่เป็นอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงทั้งหมด ซึ่งทางรัฐบาลลาวจะสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเขื่อนให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ส่วนทาง อู อ่าย จ่อว์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างทั้ง 2 ชาติ หากเขื่อนสร้างเสร็จแล้ว โครงการนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการไฟฟ้าในภูมิภาค และสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนของอาเซียน
โครงการสร้างเขื่อนเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำ บริเวณชายแดนเมียนมา-ลาว มีการคาดการณ์ว่าจะมีกำลังผลิตถึง 2,790 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดของโครงการนี้ ไม่มีการเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ รายละเอียดทางด้านวิศวกรรมเบื้องต้น การคาดการณ์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นต่อพื้นที่ หรือแม้แต่ผลกระทบข้ามพรมแดน