หลังพรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า หนึ่งในอาวุธสำคัญที่เขาจะใช้รับมือสภาคองเกรสชุดใหม่คือ อำนาจ Veto หรือการยับยั้งร่างกฎหมาย
ระหว่างที่ผลเลือกตั้งทยอยออกมา และผู้สมัครรีพับลิกันในหลายรัฐฐานเสียงสำคัญพ่ายแพ้ให้แก่เดโมแครต ทรัมป์โพสต์ภาพหมวกเบสบอลสีแดงบน Truth Social โดยบนหมวกมีคำว่า "Veto"
ข้อความสั้น ๆ ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการอ้างถึงอำนาจของประธานาธิบดีในการปฏิเสธลงนามในร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองสภาของคองเกรส โดยตลอดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 สมัย ทรัมป์ใช้อำนาจ Veto รวมแล้ว 12 ครั้ง
ทรัมป์ลั่น หากส่งกฎหมาย "บ้า ๆ" มา จะ Veto
หลังเที่ยงคืนวันพุธ ทรัมป์ขยายความถึงท่าทีดังกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเบรตต์ ไบเออร์ ผู้ประกาศของสำนักข่าว Fox News ทรัมป์กล่าวว่า "อำนาจ Veto เป็นหนึ่งในอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดของประธานาธิบดี และถ้าพวกเขาส่งอะไรที่บ้า ๆ มา ผมก็จะ Veto"
เขายังระบุว่า หากใช้ Veto ต่อเนื่องไปสักระยะ ในที่สุดฝ่ายเดโมแครตก็จะต้องกลับมาเจรจาว่า จะทำอย่างไรจึงสามารถผลักดันกฎหมายให้สำเร็จได้
"หลังจาก Veto กันไปสัก 2-3 เดือน พวกเขาก็จะโทรมาและพูดว่า ‘เราจะทำให้เรื่องพวกนี้ผ่านได้อย่างไร?’ แล้วเราก็จะทำงานร่วมกัน" ทรัมป์ กล่าว นอกจากนี้ยังกล่าวว่า เขามีเพื่อนที่เป็นเดโมแครตอยู่มาก และเชื่อว่าสมาชิกในเสียงข้างมากชุดใหม่เองก็ต้องการพูดคุยกับเขา
แม้ประธานาธิบดีจะสามารถยับยั้งร่างกฎหมายได้ แต่สภาคองเกรสก็ยังมีช่องทางล้ม Veto ของประธานาธิบดี หากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีเสียงสนับสนุนอย่างน้อย สองในสาม ก็สามารถ Override หรือข้ามการยับยั้งของประธานาธิบดี และทำให้ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ อย่างไรก็ตาม การรวบรวมเสียงสองในสามทำได้ยากมาก โดยเฉพาะในสภาที่การเมืองแบ่งขั้วสูง
จากประธานาธิบดีคุมสภา สู่ช่วง "เป็ดง่อย"
ผลเลือกตั้งกลางเทอมทำให้สถานะทางการเมืองของทรัมป์เปลี่ยนไปอย่างมาก ในช่วง 2 ปีแรกของวาระที่ 2 เขามีรีพับลิกันควบคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทำให้รัฐบาลสามารถผลักดันวาระต่าง ๆ ผ่านสภาได้ง่ายกว่า
แต่เมื่อเดโมแครตเข้าควบคุมทั้งสองสภา ทรัมป์จะต้องเผชิญสภาคองเกรสที่พร้อมตรวจสอบและขัดขวางนโยบายของเขาในช่วง 2 ปีสุดท้าย
สถานการณ์ดังกล่าวทำอาจเรียกได้ว่าเป็น "เป็ดง่อย" (Lame Duck) ซึ่งในบริบทนี้หมายถึงผู้นำที่กำลังอยู่ในช่วงปลายวาระและมีอำนาจทางการเมืองลดลง เพราะไม่สามารถลงสมัครชิงตำแหน่งเดิมได้อีก และสภาคองเกรสไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคตนเอง
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในฐานะประธานาธิบดีเต็มรูปแบบ รวมถึงอำนาจ Veto ที่เขาเพิ่งส่งสัญญาณว่าจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับเดโมแครต
"Veto" อาจกลายเป็นคำสำคัญของ 2 ปีสุดท้าย
เมื่อเดโมแครตควบคุมสภาคองเกรส ทรัมป์จะไม่สามารถพึ่งเสียงรีพับลิกันเพื่อผ่านกฎหมายตามวาระของตัวเองได้เหมือนเดิม ในทางกลับกัน เดโมแครตก็ไม่สามารถผ่านกฎหมายของตนเองโดยไม่ต้องคำนึงถึงทำเนียบขาว เพราะร่างกฎหมายที่ผ่านทั้งสองสภายังต้องส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม
อำนาจ Veto จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือต่อรองสำคัญที่สุดที่ทรัมป์ยังมีอยู่ หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาจุดร่วมกันได้ ช่วง 2 ปีสุดท้ายของรัฐบาลทรัมป์อาจกลายเป็นช่วงของ ภาวะชะงักงันทางกฎหมาย เมื่อสภาที่เดโมแครตควบคุมผ่านกฎหมาย แต่ประธานาธิบดีรีพับลิกันพร้อมใช้อำนาจยับยั้ง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์เองก็ส่งสัญญาณว่า เขามอง Veto ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการขัดขวาง หากยังเป็นวิธีบีบให้สองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ดังนั้น หมวกแดงที่มีคำเพียงคำเดียวว่า Veto จึงอาจสะท้อนภาพการเมืองสหรัฐฯ ตลอด 2 ปีที่เหลือของวาระทรัมป์ได้อย่างชัดเจนที่สุดว่า แม้สมดุลอำนาจในสภาคองเกรสจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่เกมต่อรองระหว่างทำเนียบขาวกับเดโมแครตอาจเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ที่มา: Independent