ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขณะตรวจเยี่ยมงานก่อสร้างห้องบอลรูมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ต่อพรรคเดโมแครต โดยระบุว่า ปัจจัยสำคัญของความล้มเหลวคือสงครามอิหร่าน ที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 8 เดือนที่ผ่านมาของการสู้รบจนทำให้ประชาชนไม่พอใจ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่าสงครามกับอิหร่านคือสิ่งจำเป็น และสหรัฐฯ จะเดินหน้านโยบายดังกล่าวต่อไปเพราะจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยช์ในระยะยาว อีกทั้งยังแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครตได้ แต่ก็พร้อมที่จะใช้อำนาจในฐานะประธานาธิบดียับยั้งร่างกฎหมายที่สภาคองเกรสให้ความเห็นชอบ
ความคิดเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังสอดคล้องกับกับ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ที่โพสต์ข้อความผ่าน X ยอมรับว่า สาเหตุที่พรรครีพับลิกันของเขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างยับเยินเป็นเพราะการทำสงครามกับอิหร่าน
แวนซ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงที่เป็นฐานเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางมาออกเสียงกันจริง แต่พวกเขาลงคะแนนให้ฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้เลือกพรรครีพับลิกัน
นอกจากนี้ แวนซ์ ได้ระบุถึง 4 ปัจจัยสำคัญที่จะสามารถดึงกลุ่มผู้ลงคะแนนของทรัมป์กลับมาได้ นั่นคือ การยุติสงครามอิหร่าน การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่สูงลิ่ว การยึดมั่นในนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) และการเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล