ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม วาระแถลงนโยบายรัฐบาล นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายช่วงหนึ่งว่า หลังฟังนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย และเพื่อนสมาชิกอภิปรายมาตลอดทั้งวัน สิ่งที่อยากได้รับการยืนยันว่า นโยบายที่เสนอต่อคนไทยทั้งประเทศ ผ่านการทบทวน สรุป และถอดบทเรียนจากวิกฤตที่ผ่านมาแล้วหรือยัง แน่ใจว่าหลังจากนี้ประเทศไทยภายใต้การนำของรัฐบาลภูมิใจไทย จะสามารถนำพาประเทศไทยผ่านวิกฤตและความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างที่ทราบกันดี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ในวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง ทั้งโควิด-19,น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ และตอนนี้วิกฤตน้ำมัน ซึ่งวิกฤตเหล่านี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ผ่านแล้วผ่านไป แต่เป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการบริหารประเทศ ประชาชนพอจะได้เห็นฝีไม้ลายมือของ นายอนุทิน มาบ้างแล้ว และเห็นแล้วว่าการบริหารแบบ นายอนุทิน บกพร่องและสร้างความเสียหายไว้ขนาดไหน
ยิ่งน่ากังวลไปกันใหญ่ เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในทำนองที่บอกว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจ เพราะพรรคภูมิใจไทยเคยผ่านวิกฤตน้ำท่วมและโควิด–19 มาแล้ว เราจัดการได้ดี สิ่งที่นายกรัฐมนตรีมั่นใจต่างกับความรู้สึกของประชาชนลิบลับ ดังนั้น รัฐบาลอนุทิน 2 กำลังถูกจับตาและตั้งคำถามจากประชาชนว่า 4 ปีหลังจากนี้ไป ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ ประเทศไทยไม่สามารถฝากความหวังไว้ได้กับวิธีคิดเดิมๆ และประเทศไทยไม่ใช่ที่ทดลองงาน ตนเห็นด้วยเหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้
"วิธีคิดของนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยในการบริหารประเทศจากวิกฤตที่ผ่านมา แก้ปัญหาแบบผิว ๆ เผิน ๆ ดูแคลนความเดือดร้อนของประชาชน เพราะเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่าน มามันพอสรุปได้แบบนั้นจริง ๆ" นางสาวภคมน กล่าว
นางสาวภคมน กล่าวต่อว่า น้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ วิกฤตหนักขนาดนั้น รัฐบาลของนายอนุทินไม่มีแม้กระทั่งศูนย์กลางข้อมูล ระบุพิกัดผู้ประสบภัยหรือแผนปฏิบัติงานฉุกเฉิน ประชาชนและกู้ภัยช่วยเหลือกันเอง ประชาชนคาดหวังความเป็นผู้นำ แต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดของเหตุการณ์นี้ ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดที่มีต่อนายกรัฐมนตรีคือ เขาเห็นนายกฯ ไปผัดข้าวแจกผู้ประสบภัย ซึ่งมันไม่ใช่เวลานี้แน่ ๆ นายกฯ ต้องระมัดระวังการแสดงออกในช่วงเวลาที่ประชาชนเขาคาดหวัง
วันนั้นนายกรัฐมนตรีเอง ควบกระทรวงมหาดไทยด้วย ทรัพยากรต่าง ๆ ในประเทศอยู่ในอำนาจทั้งสิ้น แต่กลับละเลยจนปล่อยให้วิกฤตลุกลามบานปลาย การที่ผัดข้าวให้กับผู้ประสบภัยอาจเป็นการส่งความห่วงใย และคลายความกังวลให้ประชาชน แต่เปล่าเลย บทบาทหลักของการเยียวยาที่พอจะคาดหวังได้จากรัฐบาล แต่ประสิทธิภาพการเยียวยาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ มีอีกหลายแสนสิทธิที่รอการเยียวยา
"เมื่ออ่านนโยบายเล่มนี้แล้ว ก็ตรงตามข้อกังวลของดิฉันเป๊ะ ๆ ว่า ไม่มีการสรุปบทเรียนอะไรเลย เพราะนโยบายกองทุนภัยพิบัติที่ระบุในเล่มนโยบาย ระบุแค่ว่าจะนำ AI มาช่วย เขียนมาหลวม ๆ ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่ไหน ชาวบ้านอ่านยังรู้เลยว่าท่านแค่อ้าง AI ไว้ก่อน อุตส่าห์นำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว สุดท้ายก็มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์การจ่ายเงินเยียวยาอยู่ดี วิธีคิดคือแบบเดิม เจ็บ จ่าย จบ ในรายละเอียดเล่มนี้ ไม่ได้ลงตัวเลขเอาไว้ แต่ในเว็บไซต์พรรคภูมิใจไทยเขียนไว้ชัดเจน" นางสาวภคมน กล่าว
นางสาวภคมน ยังกล่าวว่า ถ้ารัฐใช้วิธีคิดแบบนี้ ถ้ามีภัยพิบัติเมื่อไหร่ ก็แค่หาเงินจ่ายให้เร็ว ๆ คิดแบบนี้เน้นเอาตัวรอด ลดบทบาทตัวเองเหลือแค่บริษัทประกันภัย สิ่งที่ประชาชนอยากได้คือความมั่นใจ และรายละเอียดในเล่ม เพราะว่าจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมอย่างไร สิ่งที่ประชาชนอยากได้คืออยากรู้ว่า รัฐบาลอนุทิน 2 จะดูแลปกป้องชีวิตเขา ไม่ปล่อยให้รอความตายและลอยคอเหมือนรัฐบาลอนุทิน 1 ใช่หรือไม่
ขอถามตรง ๆ ว่า ก่อนที่รัฐบาลอนุทิน 2 จะผลักดันนโยบายกองทุนภัยพิบัติ ได้ติดตามความเสียหายในรัฐบาลหนู 1 แล้วหรือยัง หรือแค่รอปล่อยมาตรการคนละครึ่งพลัส แล้วถือว่าสุดท้ายเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วเพียงพอ ถ้าคิดกันแค่นี้จริง ๆ โหดร้ายมาก ดูถูกความเดือดร้อนของประชาชนมาก ๆ และอันตรายมากในฐานะผู้นำประเทศ
วิธีคิดแบบดูแคลนความรู้สึกของประชาชน ไม่ได้เห็นจาก นายอนุทิน คนเดียว เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพิจารณาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในภาคเหนือ ที่กำลังประสบกับฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่สถานการณ์รุนแรง ประเทศไทยต้องมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชน แต่ สส. พรรคภูมิใจไทยอภิปรายในวาระนั้น และยืนกรานในสภาว่าไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด
"จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ท่านยกมาด้วยความเคารพ เรามีเหตุผลเดียวว่าพี่น้องประชาชนคนไทยใช้ลมหายใจเดียวกัน ดังนั้น พ.ร.บ.อากาศสะอาด น่าจะเป็นฉันทามติร่วมกันของคนทั้งสังคม หรือที่ท่านไม่เห็นด้วย เล็ก ๆ แล้วท่านกลัวนายทุนอุตสาหกรรมจะไม่พอใจหรือเปล่า และขอพูดดักไว้เลยว่า ความเห็นของ สส.ท่านหนึ่งไม่เกี่ยวกับคณะรัฐบาล ชวนพี่น้องประชาชนเลยให้จับตากันว่า หลังจากนี้คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะนำ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่พิจารณาค้างไว้เข้ามาพิจารณาต่อหรือไม่" นางสาวภคมน กล่าว