วันที่ 4 เม.ย. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน เสนอในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่30เม.ย.ที่ผ่านมา ให้มีการตรวจปัสสาวะกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพื่อหาสารเสพติด เนื่องจากกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้ายาเสพติดว่า ก่อนตนจะมาเป็นสส. ตนเคยเป็นกำนัน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เคยเป็นอุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ตราด
ตามที่สส.พรรคประชาชน อภิปรายไป ตนรู้สึกไม่สบายใจ และได้รับสายจากพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากการอภิปรายแบบนี้ มันทำให้เสียขวัญกำลังใจต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ สารวัตรฯ ทั่วประเทศ เราเป็นองค์กรใหญ่ในการขับเคลื่อนของประเทศ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด รับงานทุกกระทรวง ทบวง กรม เรา ไม่มีเงินเดือน มีเพียงค่าตอบแทน ทึ่ผ่านมากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับการสุ่มตรวจหาสารเสพติดเป็นประจำจากทางอำเภอในการประชุมประจำเดือน เราเป็นหน่วยงานคอบบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ทำหน้าที่คอยป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตอนตนเป็นกำนันก็เคยมีผลงานนำจับการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
“เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนใจกับพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพราะทุกคนต้องการกำลังใจในการทำงาน พอเรื่องนี้เกิดมันกระทบจิตใจ ผมเข้าใจหัวอกคนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแต่งตั้งมาจากฝนหลวงรัชกาลที่5“ นายพิชานนท์ กล่าว
นายพิชานนท์ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าพรรคประชาชนที่เป็นต้นสังกัด สส.คนที่ออกมาอภิปราย รวมถึงผู้อภิปราย ควรมีมาตรการ เพื่อแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ขอโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น ส่วนตัวตนคิดว่าถ้าตนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่ ตนคิดว่ายังไม่เพียงพอต่อผลกระทบทางจิตใจที่พวกเขาได้รับ วันนี้เรามาเป็น สส. ในสภาฯมี 500 คน ก่อนที่จะพูดอะไรไม่ว่าจะกระทบองค์กรไหนทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร หรือแม้แต่ตัวสส.เอง ต้องพิจารณาคำพูดให้ดี เพราะคำพูดเป็นนาย
“เป็น สส.การแสดงความรับผิดชอบท่านน่าจะรู้อยู่แก่ใจ เพราะถ้าส่วนตัวได้พูดอะไรออกไป แล้วผิดพลาดถึงขนาดนี้ทำให้เสียขวัญกำลังใจ ผมก็รู้ตัวเองดีว่าจะรับผิดชอบอย่างไร เราต้องเข้าใจหัวอก คนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมเข้าใจดี ตอนที่มีเหตุปะทะระหว่างไทย กัมพูชาถ้าใครไม่ได้ทำงานพิทักษ์ส่วนหลัง คงไม่ทราบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ค่าตอบแทนที่ได้รับแทบจะไม่เพียงพอต่อการยังชีพ แต่เรามีเกียรติและศักดิ์ศรี” นายพิชานนท์ กล่าว