วันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน
โดยนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบธรรมของกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากการกู้เงินจำนวนมหาศาลต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
แต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ชี้ให้เห็นว่าดัชนีทางเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออก การลงทุน และการบริโภคยังคงมีทิศทางเป็นบวก จึงทำให้คำกล่าวอ้างเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาลดูไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับวิกฤตการณ์ใหญ่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 วิกฤตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2551 หรือช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจแทบจะหยุดชะงักลงทั้งหมด
โดยนายอภิสิทธิ์แนะให้รัฐบาลเลือกใช้วิธีการบริหารจัดการที่ตรงจุดและประหยัดงบประมาณมากกว่าการกู้เงินมาแจก เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน ซึ่งจะใช้งบประมาณเพียง 6 หมื่นล้านบาทและสามารถลดราคาน้ำมันลงได้ทันทีถึง 7 บาทต่อลิตร ดีกว่าการสร้างหนี้สาธารณะก้อนโตผ่านกระบวนการที่เลี่ยงการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งความห่วงใยในเรื่องวินัยการเงินการคลังนี้สอดคล้องกับอุดมการณ์การทำงานที่นายอภิสิทธิ์ส่งต่อไปยังผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค โดยมุ่งเน้นการเมืองสุจริตและการยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งเหนือกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือสังกัดพรรคการเมือง