นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หรือ ดร.ติ่ง มัลลิกา ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครหมายเลข 14 ลงพื้นที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร โดยทันทีที่มาถึงได้นำเครื่องสักการะบูชา ประกอบด้วยพวงมาลัยดอกดาวเรือง และผ้าสามสี มาผูกที่ศาลหลักเมืองจำลอง ก่อนจะเข้าไปไหว้ขอพร ภายในองค์ศาลหลักเมือง และภายในศาลเทวดาประจำศาลหลักเมือง จากนั้น ยังได้ไปเติมน้ำมันตะเกียงที่พระพุทธรูปประจำเกิด
โดยระหว่างช่วงที่เข้าไหว้สักการะองค์ศาลหลักเมือง มีแฟนคลับเข้ามาทักทายพร้อมสวมกอด และยังให้กำลังใจขอให้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้
จากนั้น นางมัลลิกา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การเดินทางมาไหว้สักการะศาลหลักเมืองในวันนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเมื่อเสร็จสิ้น หลังจากนี้จะไปกราบสักการะองค์พระแก้วมรกตภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามฯ ด้วย ซึ่งสถานที่ที่ตั้งใจจะเดินทางมาในวันนี้ เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อย่างศาลหลักเมืองเปรียบเหมือนหลักของกรุงเทพมหานคร และประเทศไทย
โดยวันนี้ตนได้ขอพรให้การลงพื้นที่ สามารถทำคะแนนในการหาเสียงให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครได้รู้จัก และให้ทุกคนได้รับทราบถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะผลักดันเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้ดีและน่าอยู่มากขึ้น โดยจะนำความรู้และประสบการณ์ทางด้านการเมือง มาบริหารอย่างมีธรรมาภิบาล และแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งผลักดันนโยบายความมั่นคง ให้กับกรุงเทพมหานคร รักษา คงอัตลักษณ์ของความเป็นไทยไว้
ส่วนจะมีกลยุทธ์อย่างไร ที่จะทำให้คนกรุงเทพมหานครมีผู้ว่าชื่อมัลลิกา? นางมัลลิกา กล่าวว่า ความตั้งใจของตนในการดำเนินนโยบาย 14 ด้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พูด และประกาศออกไปประมาณ 7-8 นโยบายแล้ว อย่างเมื่อวานนี้ได้ไปร่วมงาน Pride ได้รับเสียงสะท้อน ในเรื่องที่ตัวเองตั้งใจอยากจะผลักดัน คือเรื่องความเท่าเทียม และผนวกเข้ากับความทันสมัยเข้ากับทุกเพศทุกวัย รวมถึงจะมีการผลักดันในเรื่องของการตั้งกระบอกเสียงของประชาชนที่ถูกยุบไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว อย่าง ส.ข. และปรับแก้กฎระเบียบที่ล้าสมัย เพื่อให้มาทำหน้าที่เป็นเสียงที่มาพูดแทนประชาชน
ทั้งนี้ จะยกระดับอนามัยชุมชนแต่ละเขตทั้ง 50 เขต ให้เทียบเท่ากับโรงพยาบาลใหญ่ เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ไม่ต้องการที่จะเดินทางไกล ด้วยราคาที่ย่อมเยาแต่การรักษาพยาบาลเทียบเท่าเอกชน
ส่วนที่มีเสียงสะท้อนจากประชาชนในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ในเรื่องของการค้าขายไม่ดี มีแนวคิดอย่างไรในการแก้ปัญหาด้านนี้ นางมัลลิกา ระบุว่า สอดรับกับการที่ได้ฟังเสียงจากโซเชียลก่อนหน้านี้ รวมถึงการลงพื้นที่ตามแยกเศรษฐกิจและตลาดต่างๆ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากจะขอเปิดขายของ “วันจันทร์” และนโยบาย ค้าขาย 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย 14 ด้าน ของตัวเองอยู่แล้ว รวมถึงจะผลักดันให้สามารถขายของได้ครบทั้ง 7 วัน เป็นเรื่องของการผลักดันสตรีทฟู้ดไปในตัวด้วย ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นสตรีทฟู้ดพาราไดซ์เป็นสวรรค์การกิน 24 ชั่วโมง และทำให้ทุกพื้นที่ของกรุงเทพเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยผู้ว่าฯ กทม. จะความร่วมมือกับบรรดาสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมอุตสาหกรรม และเอกชนต่างๆ ด้วย