Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“อนุทิน” นำทีมยึดทรัพย์ เครือข่ายหลอกลวงล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นายกฯ นำแถลงผลงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวงมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ย้ำความสำเร็จไม่ใช่เพียงจับผู้กระทำผิดเข้าคุก แต่ต้องติดตามทรัพย์สินกลับคืนสู่ประชาชน

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ร่วมแถลงข่าวการยึดและอายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญ และการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล 

 

นายกรัฐมนตรี ช่างภาพพีพีทีวี
“อนุทิน” นำทีมยึดทรัพย์ เครือข่ายหลอกลวงล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกครั้งที่มาสถานที่แห่งนี้ถือเป็นข่าวดีกับประเทศและประชาชน แต่เป็นข่าวร้ายของคนที่ตั้งใจทำผิดกฎหมาย นำความเสื่อมเสียและความเสียหายมาสู่ประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้มีการแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย “หนูเฉิน” และเครือข่ายคนจีนผู้กระทำผิด

ซึ่งเป็นการปราบปรามยาเสพติดล็อตใหญ่ วันนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน คือการยึดและอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชน ซึ่งสุดท้ายจะนำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อถูกหลอกลวงก็เป็นความทุกข์อย่างที่สุด เป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงการจับกุมและดำเนินคดีเท่านั้น พวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องเร่งนำทรัพย์สินที่ประชาชนถูกหลอกลวงไปกลับคืนมา

ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย จึงต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลใด ๆ ทุกครั้งที่ทำงานใหญ่แบบนี้ ท่านคงเคยประสบปัญหาการปัดเป่าคดี การผ่อนหนักเป็นเบา หรือผ่อนเบาเป็นหาย แต่ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นที่มีต่อทีมงาน ปปง. ทุกคน ทำให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับความสำเร็จของกระบวนการนี้เป็นอย่างยิ่ง

“ท่านเชื่อผมว่า ถ้าท่านไปเต็มที่แล้ว ท่านเจอพวกความจำเสื่อมที่ชอบถามว่า ‘รู้ไหมว่าผมเป็นใคร’ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นใคร ทุกท่านพูดได้เต็มปากว่า เป็นใครก็ไม่สน ถ้าทำผิดกฎหมาย สิ่งเหล่านี้พวกเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่พยายามให้ยาความจำกับเขา แต่ให้เขาไปทบทวนความจำในคุก ไม่ต้องให้เขาถามว่ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร แต่ต้องให้เขาถามว่า ทำไมถึงคิดผิดที่ต้องทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ทำไมถึงกล้าที่จะมาทำร้ายประชาชนชาวไทย ที่มีกฎหมายคุ้มครองและมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลสารทุกข์สุขดิบอยู่ นี่คือเป้าหมายของเรา ตั้งแต่รัฐบาลแรกจนถึงรัฐบาลที่สอง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า มูลค่าทรัพย์สินที่สามารถประเมินได้ ซึ่งได้ดำเนินการยึดและอายัดไว้ มีจำนวนมากกว่า 40,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใด ๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่มอบหมายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในฐานะผู้บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิชิตอันธพาล และอภิบาลประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปตราบใดที่คนเหล่านี้ยังไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เราทำตามภารกิจหน้าที่อย่างสมบูรณ์ และเชื่อว่าจะดำเนินการต่อไปตราบใดที่ยังมีผู้ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง โดยผู้ต้องหามีทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่มาอาศัยแผ่นดินไทยในการกระทำความผิด ซึ่งถือเป็นความผิดมหันต์ที่มารังแกคนไทย เมื่อใดที่มารังแกคนไทย เราต้องเพิ่มความเข้มข้นและความเด็ดขาดในการปราบปราม ดำเนินคดี และยึดทรัพย์

ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ไม่ใช่เพียงนายกรัฐมนตรี แต่ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ด้วยตนเอง ขอให้ทุกคนสบายใจว่า หากปฏิบัติภารกิจด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งปกป้องประเทศและประชาชนแล้ว ท่านมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ของทุกคน

ฉะนั้น ความร่วมมือต่าง ๆ จากกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งจังหวัดและฝ่ายปกครอง ได้ร่วมบูรณาการกันอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ จับกุม ดำเนินคดี ปราบปรามผู้กระทำความผิด อายัดและยึดทรัพย์สิน รวมถึงจัดทำสำนวนให้รัดกุมและเข้มแข็ง ไม่ให้หลุดรอดไปได้ด้วยการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งแก้ไขกฎหมายในทุกด้าน เพื่อปิดช่องโหว่และเพิ่มความรัดกุมให้มากที่สุด โดยตน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้หารือร่วมกันแล้วว่า หากพบช่องโหว่ตรงไหน จะใช้ทุกกลไกที่มี ไม่ว่าจะเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาตรการต่าง ๆ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชบัญญัติ หรือแม้แต่พระราชกำหนด หากจำเป็น เพื่อสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“ถ้ายังมีช่องโหว่จนทำให้คนเหล่านี้ออกมาลอยหน้าลอยตา พูดจาเหมือนไม่ยอมรับกฎหมาย เวลาท่านจับคนพวกนี้ ลอยหน้าลอยตาเชิด ๆ จากนี้ไปต้องคอตก ต้องสลด ต้องสำนึก และต้องรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เสียใจก็ช้าไปเสียแล้ว ต้องไปชดใช้หนี้กรรมทั้งหลายในที่คุมขัง ตามกฎหมายที่พวกเราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกนี้ได้หลาบจำ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลและทุกหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดหลาบจำ เพราะสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือชื่อเสียงของประเทศไทย ความเชื่อมั่นของต่างชาติ และคู่ค้าของประเทศ หากมีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบให้ต่างชาติเลือกไปลงทุนหรือทำธุรกิจกับประเทศอื่น ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสจำนวนมาก

วันนี้เราจึงต้องเรียกความเชื่อมั่นทั้งหมดกลับคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศมั่นใจว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายมีความคุ้มค่าและปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำ
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ