Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

"ทนายตั้ม" เปิดใจครั้งแรก หลังศาลให้ประกันตัว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ทนายตั้ม" เปิดใจครั้งแรก หลังศาลให้ประกันตัว เผยสัปดาห์จ่อพบ DSI ปมฮั้วประมูลโยงอดีตนักการเมืองดัง

ภายหลังจากที่ ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” กรณีฉ้อโกง นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” โดยมีโทษจำคุก รวม 5 ปี 12 เดือน และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 72,567,764 บาท พร้อมดอกเบี้ย ซึ่งทนายตั้มได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์

ล่าสุด ศาลฯ พิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยมีประกันวงเงิน 1 ล้านบาท ให้ยึดหลักประกัน ทำสัญญาประกัน  

"ทนายตั้ม" เปิดใจครั้งแรก ช่างภาพพีพีทีวี
"ทนายตั้ม" เปิดใจครั้งแรก

และห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้แจ้ง สตม. และให้จำเลยรายงานต่อศาลทุก 2 เดือน

ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เปิดใจที่แรกผ่านรายการ เปิดโต๊ะข่าว PPTV HD 36 ระบุว่า คืนที่ผ่านมาได้อยู่กับลูกและภรรยามีความสุขมาก แต่ยังปรับตัวไม่ได้เพราะอยู่ในเรือนจำนาน

ส่วนเรื่องคดีความ ตั้งแต่อยู่ในคุกตนสู้มาทั้งสิ้น 12 ข้อหา ซึ่งชนะมาแล้ว 9 ข้อหา และยังเหลืออีก 3 ข้อหา โดยเรื่องที่สำคัญที่สุดคือข้อหาฉ้อโกง 71 ล้านบาท ซึ่งตนไม่เคยคิดว่าจะแพ้ในคดีนี้ เนื่องจากเชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่าแชตยังไม่ชัดเจนหรือไม่? ซึ่งตนยืนยันว่าชัดเจนแล้ว และที่สำคัญตนนำแชตไปสอบถามพยานซึ่งเป็นโจทก์ร่วม หรือ เลขาฯ ส่วนตัวของอีกฝ่าย ซึ่งยอมรับว่าเป็นแชตที่คุยจริงและคุยเรื่องเงิน 2 ล้านยูโร ซึ่งในขณะนั้นตนมีปัญหากับนายชูวิทย์หากจำกันได้ คือ เกิดคำถามว่าทำไมตนถึงใช้ชีวิตอู้ฟู่

และในขณะนั้น พี่อ้อย และ พี่น้อย อยากมาแถลงให้ตน ซึ่งตัวพี่น้อยให้แถลงไปว่า พี่อ้อย ให้เงินไปทำธุรกิจ ซึ่งตนได้นำคำพูดไปสอบถาม พี่น้อย เพื่อความชัดเจนว่า เงินที่พูดถึงคือเงิน 2 ล้านยูโรใช่หรือไม่? และได้รับคำตอบว่าใช่

นอกจากนี้ ตนยังมีข้อมูลเซเลไบต์ ซึ่งได้จากมือถือของฝ่ายตรงข้ามและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มา เนื่องจากตนอยู่ในเรือนจำ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมส่งให้ง่ายๆ แต่ท้ายที่สุดตนก็ได้มา ซึ่งในนั้นมีข้อมูลการพูดคุยกันเกี่ยวกับคดีของตน มีการตั้งกลุ่มทนายมีชื่อว่า กลุ่มทีมทนายเล็ก

ทนายตั้ม ยังเปิดเผยอ้างว่า ในแชตนั้นมีการนัดพยาน ให้เงินพนักงานสอบสวนในคดี มีการนัดเจอพยานที่บ้านพระอาทิตย์ มี 2 ผบ.ไปด้วย ก่อนที่กองปราบฯ จะลง และมีการคุยกันเรื่องเงิน 71 ล้านบาท ซึ่งในแชตที่คุยกับทนายนั้น บอกว่าเป็นการให้ยืม แต่กับตนบอกเป็นการให้เปล่า ซึ่งมีการพูดเรื่องนี้หลายครั้งในแชตดังกล่าว

ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามในศาลฯ ว่า พูดกับตนว่าเป็นการให้ พูดกับทนายความว่าเป็นการให้ยืม เมื่อบอกตำรวจว่าเป็นการฉ้อโกง ซึ่งตนจึงถามไปว่าพูดแต่ละครั้งไม่ตรงกัน อีกฝ่ายตอกลับว่า “ใช่” ดังนั้นคำนี้แค่คำเดียว ก็เพียงพอที่ทำให้ศาลยกฟ้องตนได้แล้ว ซึ่งตนไม่ได้คาดหวังว่าให้ศาลฯ สงสัยและยกฟ้อง ตนหวังว่าตนจะชนะเพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีคลิปสนทนาว่ามีการให้เงินพยานต่างๆ อาทิ ได้เงิน 1 ล้านบาท,ได้ประมูลงานเสาเข็ม 2.7 ล้านบาท ซึ่งพยานแต่ละคนได้ประโยชน์ และพยานเหล่านี้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา เป็นหลักฐานที่ศาลต้องห้ามรับฟัง เพราะเป็นพยานที่เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญาหรือได้รับประโยชน์อื่นใด แต่ศาลฯ กลับเอาพยาน 2 ปากนี้ ที่ได้รับเงินเกิน 60 ล้าน ซึ่งพยานแต่ละคนเบิกความไปคนละทิศทาง แตกต่างไม่เหมือนกันสักคนเดียว ทนายตั้มยืนยันว่าจะไม่ยุติการต่อสู้

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังประกาศเดินหน้าร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ตรวจสอบกรณีที่ตนอ้างว่าอาจมีการฮั้วประมูลงานของหน่วยงานรัฐ โยงอดีตนักการเมือง ซึ่งจะเข้าพบ DSI ในสัปดาห์หน้า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ