นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ตามนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มอบอำนาจให้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตนเองในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมทั้งหมด 3 กรรม นายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้จะทำหน้าที่ซักค้านด้วยตนเองโดยไม่ใช้ทนายความ ซึ่งคดีนี้มีสาเหตุมาจากการที่ตนเองได้ออกมาตอบโต้ฝั่งของ นายสนธิ
หลังสื่อในเครือของนายสนธิพูดจาให้ร้ายตนเอง จนได้รับความเสียหายมาตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา แม้กระทั่งช่วงที่ตนเองเข้าไปอยู่ในเรือนจำก็มีการพูดให้เสียหาย แต่ที่ผ่านมาตนเองเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงไม่ใส่ใจและให้แสดงความคิดเห็นโดยไม่เคยคิดเอาเรื่องหรือฟ้องกลับแม้แต่คดีเดียว
นายษิทรา บอกอีกว่า ไม่น่าเชื่อว่าพอตนเองออกมาตอบโต้เพียง 2 วัน ฝั่งนายสนธิ ก็ดำเนินการทางกฎหมายทันที โดยขั้นแรกได้ไปยื่นถอนประกันต่อศาลเพื่อให้ตนเองกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำ แต่เมื่อศาลยกคำร้อง ฝั่งนายสนธิจึงฟ้องหมิ่นประมาทเพิ่มอีก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงใจบางขนาดนี้ และคาดว่าวันนี้ นายสนธิ คงไม่มาขึ้นศาลเอง ซึ่งตนเองจะซักค้านอย่างเต็มที่ในชั้นศาล
ด้าน นายปานเทพ เปิดเผยว่าวันนี้ได้รับมอบอำนาจฝั่งโจทก์ในการไต่สวนมูลฟ้อง สืบเนื่องจาก นายสนธิ ได้ยื่นฟ้อง นายษิทรา กรณีที่มีการโพสต์และพูดพาดพิงหลายครั้ง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่าบ้านพระอาทิตย์ หรือ สื่อใหญ่ต้องการเรียกเงินจากเจ๊อ้อย ซึ่งไม่เป็นความจริง หรือการไปกล่าวอ้างว่ามีการวิ่งงาน รับงาน การพูดเช่นนี้ ทำให้สังคมมองนายสนธิในแง่ร้ายว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
นายปานเทพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่สำคัญคือเจ๊อ้อยเคยให้สัมภาษณ์ที่บ้านพระอาทิตย์อย่างละเอียดแล้วว่า สิ่งที่นายษิทราพูดไม่เป็นความจริง โดยเจ๊อ้อยเป็นฝ่ายร้องขอให้บ้านพระอาทิตย์และนายสนธิเข้ามาช่วยเหลือเอง และนายสนธิไม่เคยเรียกร้องเงินหรือค่าตอบแทนใด ๆ