นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ ซึ่งตนได้ให้ความเห็นว่า การชะลอการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ตามที่มีคำสั่งให้ชะลอนั้น
ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีปัญหาในเดือน ก.ย. และ ต.ค. 69 เนื่องจากข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ได้แก่ ปลัดกระทรวง จำนวน 1 คน และผู้ตรวจราชการระดับ 10 จำนวน 2 คน จะเกษียณอายุราชการทั้งหมด ทำให้จะไม่เหลือข้าราชการระดับ 10 ในสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเลย ซึ่งนายกฯ ระบุว่า หากมีความจำเป็นสามารถเสนอเข้ามาได้ เพราะเรื่องของการแยกกระทรวงและปรับโครงสร้างครั้งนี้ หลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว จะต้องนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในวาระ 1-3 ก่อนเข้าสู่วุฒิสภา จะใช้เวลานานเท่าใดตนยังไม่ทราบ แต่หวังว่าจะเสร็จภายในสิ้นปี 69 หรือต้นปี 70 ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานราบรื่น การชะลอการแต่งตั้ง หากมีความจำเป็นสามารถนำเสนอเข้าได้
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อปรับโครงสร้างแล้ว กระทรวงกีฬาจะเหลือแค่สำนักงานปลัดกระทรวงกีฬา กรมพลศึกษา และรัฐวิสาหกิจ คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รวมถึงมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีอยู่เดิม แน่นอนว่า การพูดคุยเพื่อแก้กฎกระทรวงเพื่อรองรับภารกิจที่มากขึ้น จะเป็นในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่อยากจะยกขึ้นมาให้มีบทบาท หรือแม้แต่อุตสาหกรรมการกีฬา ที่จะทำให้เกิดรายได้และการสร้างอาชีพอย่างแท้จริง
ซึ่งจะต้องนำมาพูดคุยในการเพิ่มพันธกิจเหล่านี้ ส่วนที่โอนไปกระทรวงวัฒนธรรม คือ กรมการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงตำรวจท่องเที่ยว ทั้งนี้ หากกระบวนการแยกกระทรวงเสร็จสิ้นและมีผลบังคับใช้ จะทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากตำแหน่งเดิม และนายกฯ จะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ในกระทรวงใหม่
เมื่อถามว่า หากมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวหยอกว่า “ผมอยู่กับนายกฯ อนุทินก็พอ”