นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ตร. เดินทางเข้าประชุม ก.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงที่เดินทางมาถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย แคนดิเดตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้ง 4 นาย ได้แก่
- พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ
มาร่วมต้อนรับด้วย ช่วงที่ นายอนุทิน กำลังจะขึ้นประชุม ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า วันนี้จะมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เพียงแค่ยิ้มเท่านั้น
สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีทั้งหมด 5 วาระ โดยวาระสำคัญอยู่ในวาระที่ 4 คือ การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. คนที่ 16
ภายหลังประชุม พล.ต.ท. ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้เสนอรายชื่อ พร้อมยืนยัน กระบวนการคัดเลือกเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ทุกประการ ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน-ป้องกันปราบปราม
พล.ต.ท. ฐายุฏฐ์ เปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนการคัดเลือก ผบ.ตร. ว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อรอง ผบ.ตร. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม มาตรา 78 (1) ต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 23 (4) ซึ่งในระหว่างการพิจารณา ได้มีการอภิปราย และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เสนอชื่ออย่างรอบด้าน
ในการลงมติครั้งนี้ มีกรรมการ ก.ตร. เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 คน โดยรอง ผบ.ตร. ทั้ง 4 คน ที่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือองค์ประชุมในการลงคะแนนทั้งหมด 12 คน ซึ่งผลการลงมติออกมาเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีลำดับอาวุโสอยู่อันดับ 3 และอาจขัดกับ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2565 นั้น พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ชี้แจงว่า กฎหมายเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจในการเสนอรายชื่อ โดยนำปัจจัยเรื่องความอาวุโส มาพิจารณาควบคู่กับความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน และงานป้องกันปราบปราม ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ
เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการฟ้องร้องจากผู้เสียสิทธิ์ หรือรอยแตกร้าวในองค์กร พล.ต.ท. ฐายุฏฐ์ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันในเรื่องความรักความสามัคคี ของพี่น้องตำรวจอย่างชัดเจน เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 4 คน ต้องมีผู้ที่ได้รับเลือกเพียง 1 คน และอีก 3 คน ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการทุกคนต่างเชื่อมั่นว่า ข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคี และร่วมมือกันทำงานเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้