นายกฯ ย้ำห้ามพกปืน เหตุใบอนุญาตหมดอายุ แจงดรามา “ห้ามยิงคนร้ายในบ้าน”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“นายกฯ” ย้ำนโยบายห้ามพกปืน ส.ส. เป็นคนสาธารณะ ต้องทำเป็นตัวอย่าง หวั่นผิดจริยธรรม หากมีตําแหน่งการเมือง ตอบดรามา ห้ามยิงโจรในบ้าน รับสื่อสารสั้น แค่อยากชี้อันตรายของปืน ทั้งคนใช้และคนถูกยิง ย้ำ “อย่าใกล้ปืนดีที่สุด”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีได้สั่งการในที่ประชุม  ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ให้พกพาอาวุธปืน โดยระบุว่า เป็นไปตามนั้น แต่ไม่ใช่สั่งการเฉพาะ ส.ส. เพราะขณะนี้ใครก็ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ เนื่องจากใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนในประเทศไทยหมดอายุแล้ว จึงไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้

ส่วนกรณีที่พบว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนมีการสะสมอาวุธปืนจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน และมีการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินไว้แล้ว

 

นายกฯ ย้ำห้ามพกปืน เหตุใบอนุญาตหมดอายุ ช่างภาพพีพีทีวี
นายกฯ ย้ำห้ามพกปืน เหตุใบอนุญาตหมดอายุ

นายอนุทิน ย้ำว่า ผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่เฉพาะ ส.ส. รวมถึงผู้ที่คิดจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งทางการเมือง หากเข้าไปมีเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืน ก็ผิดกฎหมาย ก็อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมือง เนื่องจากอาจมีประเด็นด้านจริยธรรม และอาจถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งทางที่ดีที่สุด ในฐานะบุคคลสาธารณะ ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะการไม่พกพาอาวุธปืน เพราะนักการเมืองเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกเข้ามา จึงควรทำเป็นตัวอย่าง

ส่วนกรณีมติ ครม.เมื่อวานนี้ยกเลิกใบ ป.3  จะไม่สามารถซื้ออาวุธปืนได้อีกแล้วไม่ว่าจะใครก็ตามใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าใช่จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะต้องมีการจัดระเบียบอาวุธปืนที่อยู่ในมือประชาชน เพราะปัจจุบันมีอาวุธปืนประมาณ 10 ล้านกระบอก ขณะที่ประเทศไทยมีประชากรกว่า 70 ล้านคน

ขณะที่กรณี ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า "ไม่ให้ใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายในบ้าน" จนตอนนี้กลายเป็นกระแสดรามานั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีเข้าใจผิดหรอก หลักสำคัญคือตนอยากให้เห็นว่าอาวุธปืนไม่เป็นประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุก็แล้วแต่ ตนใช้คำว่าควรแก่เหตุ แต่ต้องพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเองหรือตำรวจ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น แม้จะเป็นการยิงบุคคลที่ประสงค์ร้าย ก็จะต้องมีการตั้งข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล

นายกฯ ระบุต่อว่า ตนอาจสื่อสารสั้นไป แต่เจตนารมณ์คือไม่ต้องการให้ประชาชนอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะอาวุธปืนไม่เคยทำให้เกิดผลดี ทั้งกับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน คนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ส่วนคนใช้อาวุธก็ต้องไปขึ้นศาล กว่าจะมีคำพิพากษาว่าทำเพื่อป้องกันตัวเอง ควรแก่เหตุ ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัว ตนได้แต่พูดเตือนสติกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครจะต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมีกฎหมายอยู่ และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่าใกล้ปืนดีที่สุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ