นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีได้สั่งการในที่ประชุม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ให้พกพาอาวุธปืน โดยระบุว่า เป็นไปตามนั้น แต่ไม่ใช่สั่งการเฉพาะ ส.ส. เพราะขณะนี้ใครก็ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ เนื่องจากใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนในประเทศไทยหมดอายุแล้ว จึงไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้
ส่วนกรณีที่พบว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนมีการสะสมอาวุธปืนจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน และมีการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินไว้แล้ว
นายอนุทิน ย้ำว่า ผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่เฉพาะ ส.ส. รวมถึงผู้ที่คิดจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งทางการเมือง หากเข้าไปมีเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืน ก็ผิดกฎหมาย ก็อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมือง เนื่องจากอาจมีประเด็นด้านจริยธรรม และอาจถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งทางที่ดีที่สุด ในฐานะบุคคลสาธารณะ ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะการไม่พกพาอาวุธปืน เพราะนักการเมืองเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกเข้ามา จึงควรทำเป็นตัวอย่าง
ส่วนกรณีมติ ครม.เมื่อวานนี้ยกเลิกใบ ป.3 จะไม่สามารถซื้ออาวุธปืนได้อีกแล้วไม่ว่าจะใครก็ตามใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าใช่จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะต้องมีการจัดระเบียบอาวุธปืนที่อยู่ในมือประชาชน เพราะปัจจุบันมีอาวุธปืนประมาณ 10 ล้านกระบอก ขณะที่ประเทศไทยมีประชากรกว่า 70 ล้านคน
ขณะที่กรณี ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า "ไม่ให้ใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายในบ้าน" จนตอนนี้กลายเป็นกระแสดรามานั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีเข้าใจผิดหรอก หลักสำคัญคือตนอยากให้เห็นว่าอาวุธปืนไม่เป็นประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุก็แล้วแต่ ตนใช้คำว่าควรแก่เหตุ แต่ต้องพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเองหรือตำรวจ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น แม้จะเป็นการยิงบุคคลที่ประสงค์ร้าย ก็จะต้องมีการตั้งข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล
นายกฯ ระบุต่อว่า ตนอาจสื่อสารสั้นไป แต่เจตนารมณ์คือไม่ต้องการให้ประชาชนอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะอาวุธปืนไม่เคยทำให้เกิดผลดี ทั้งกับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน คนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ส่วนคนใช้อาวุธก็ต้องไปขึ้นศาล กว่าจะมีคำพิพากษาว่าทำเพื่อป้องกันตัวเอง ควรแก่เหตุ ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัว ตนได้แต่พูดเตือนสติกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครจะต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมีกฎหมายอยู่ และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่าใกล้ปืนดีที่สุด