"รักชนก" เหน็บ "ไชยชนก" ลูกแหง่ หลังชิ่งแจง TH-AI Passport รอบ 4

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"รักชนก" เหน็บ "ไชยชนก" เลิกเป็นลูกแหง่ หลังชิ่งแจงประเด็น TH-AI Passport รอบ 4 ขู่เตรียมใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ลั่นเป็นรัฐมนตรีต้องมาสภาฯ

จากกรณีคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร (กมธ. งบฯ) เรียกเชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าแจงปม TH-AI Passport ในวันที่ 13 สิงหาคม นั้น

ล่าสุด นายไชยชนก ส่งหนังสือเรื่องการเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ตนมีภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่ไม่สามารถเลื่อนได้ในห้วงเวลาดังกล่าว

หนังสือเรื่องการเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ผู้สื่อข่าว PPTV
หนังสือเรื่องการเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร

จึงมอบหมายนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม

ด้านนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงวาระสำคัญว่า วันนี้ประเด็นที่คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญมากคือเรื่องโครงการ TH-AI Passport

เนื่องจากตามกระแสข่าวที่ออกมา คาดว่าจะมีการเปิดลงทะเบียนในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น การประชุมวันนี้จะเป็นการสอบถามถึงความคืบหน้าในการแก้ไขสัญญาระหว่างกระทรวงดีอี กับคู่สัญญา

นางสาวรักชนก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการได้ทำหนังสือขอเอกสารและข้อเสนอโครงการเพื่อตรวจสอบรายละเอียด โดยประเด็นที่ต้องการติดตามเป็นพิเศษ คือส่วนของการประชาสัมพันธ์ ซึ่ง กมธ. ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอดว่า อาจมีลักษณะที่นำไปสู่การล็อกสเปกหรือไม่

จึงต้องการทราบว่า บริษัทแต่ละรายที่เข้าร่วมการประมูลโครงการดังกล่าวได้เสนอชื่อบริษัทเจ้าของจอสื่อที่จะนำมาใช้ในโครงการหรือไม่ และเป็นจอของบริษัทใด

นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า จากเอกสารที่คณะกรรมาธิการได้รับ ขณะนี้มีเพียงสัญญาของบริษัท เพียง 2 บริษัทเท่านั้น ขณะที่เอกสารของอีก 2 บริษัทที่ กมธ. ได้ขอไป รวมถึงเอกสารข้อเสนอของโครงการ กระทรวงดีอีก็ยังไม่ได้ส่งมาให้ครบถ้วน นอกจากนี้ บันทึกรายงานการประชุมของกองทุนดีอีที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport ก็ยังไม่ได้รับเช่นเดียวกัน จึงคงต้องสอบถามและติดตามเอกสารเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้

นางสาวรักชนก กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจใน TOR คือการกำหนดว่า บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการ ในส่วนของการประชาสัมพันธ์จะต้องใช้จอออฟไลน์ที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศ

ดังนั้น หากจะมีการพิจารณาและให้คะแนนมากหรือน้อย หรือพิจารณาว่าจอที่นำมาใช้เป็นจอที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศหรือไม่ อย่างน้อยบริษัทที่เข้าร่วมประมูลก็ควรต้องเสนอชื่อบริษัทเจ้าของจออย่างชัดเจนว่า จะใช้จอของบริษัทใด

นางสาวรักชนก กล่าวว่า แต่จากข้อมูลที่ กมธ. ได้รับ กลับพบว่า บริษัทแต่ละแห่งไม่ได้เสนอว่าจะใช้จอของบริษัทใด แต่กระทรวงดีอีหรือกองทุนดีอียังสามารถให้คะแนนในส่วนดังกล่าวได้ ทั้งที่ TOR กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเป็นจอระดับท็อป 5 ของประเทศ โดยประเด็นนี้แปลก และกองทุนดีอีต้องตอบว่า แล้วเกณฑ์การให้คะแนนคืออะไร

นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า อีกเอกสารสำคัญที่ กมธ. ขอไป คือเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละส่วนของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ AI ส่วนการประชาสัมพันธ์ ส่วนของการจัดอบรม รวมถึงส่วนของการดำเนินงานคอลเซ็นเตอร์และองค์ประกอบอื่น ๆ

แต่จนถึงขณะนี้ กมธ. ก็ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว จึงจำเป็นต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมว่า เหตุใดจึงยังไม่สามารถส่งเอกสารมาได้ครบถ้วน และมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้คะแนนอย่างไร

ส่วนกรณีการเชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ. นางสาวรักชนก กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ได้รับแจ้งว่า นายไชยชนกจะไม่เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ. อีกครั้ง โดยแจ้งว่าติดภารกิจ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นภารกิจใด และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมประชุมแทน

นางสาวรักชนก กล่าวว่า ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ตนได้หารือกับ กมธ. แล้ว และได้เสนอความเห็นไปว่า เข้าใจดีว่าสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยอาจไม่สบายใจกับการเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจง แต่ข้อเท็จจริงคือคณะกรรมาธิการได้เชิญนายไชยชนกมาชี้แจงแล้วถึง 4 ครั้ง และจนถึงขณะนี้รัฐมนตรียังไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการด้วยตนเองแม้แต่ครั้งเดียว

ดังนั้น หากครั้งต่อไปนายไชยชนกยังไม่มาชี้แจงอีก และยังมีประเด็นที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงยังส่งเอกสารให้ กมธ. ไม่ครบถ้วน ตนจะหารือกับ กมธ. และสมาชิกใน กมธ. อีกครั้งว่า จำเป็นต้องใช้กลไกตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้อำนาจในการเรียกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อ กมธ. หรือไม่

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเชิญรัฐมนตรีมาเพื่อสร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่คณะกรรมาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบการจัดทำและการบริหารงบประมาณ รวมถึงโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐ จึงจำเป็นต้องได้รับข้อมูลและเอกสารที่ครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็น TOR หลักเกณฑ์การให้คะแนน การจัดซื้อจัดจ้าง และรายละเอียดของสัญญาที่เกี่ยวข้อง

นางสาวรักชนก ศรีนอก ช่างภาพพีพีทีวี
นางสาวรักชนก ศรีนอก

เมื่อถามถึงกรณีที่นายไชยชนก  ยืนยันจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ตาม TOR ไม่เกิน 1 ก.ย.นี้ แม้ฝ่ายค้านจะไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.ก็ตาม นางสาวรักชนก ระบุว่า สิ่งที่ชัดเจนคือ โครงการนี้มีปัญหาและไม่พร้อมตั้งแต่แรก มีปัญหาในเรื่อง TOR และสัญญา หากโครงการนี้ไม่มีปัญหา เสียงของพวกเราไม่ว่าจะพูดดังแค่ไหนก็ไม่มีทางชะลอโครงการได้นานขนาดนี้

เดิมทีตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.69 ควรเปิดลงทะเบียนแล้ว แต่เมื่อเราออกมาเปิดโปงข้อมูลต่าง ๆ โครงการจึงเลื่อนมาเรื่อย ๆ จนมีการแก้ไขสัญญาจากเหมาจ่ายเป็นจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay Per Use) ตนเองจึงตั้งข้อสังเกตว่าหากโครงการดีตั้งแต่แรกคงไม่ต้องแก้ไขสัญญาและรอจนถึงทุกวันนี้

“การแก้ไขสัญญาเป็นไปเพื่อปกปิดข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด หรือร่องรอยทุจริตหรือไม่ ถ้ามันเริ่ด มันถูกต้องอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะแก้สัญญา หรือปรับเปลี่ยนอย่างไร แต่ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้หมด ส่วนตัวคิดว่าความผิดสำเร็จแล้ว” นางสาวรักชนก กล่าว

ส่วนความพยายามที่บริษัทคู่สัญญาฟ้องร้อง นายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน และทีมนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน คดีลักษณะนี้เป็นคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) จากเนื้อหาที่ทราบ นายธีระชาติได้วิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI passport ร่วมกับ กมธ. มาโดยตลอด ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง และชี้ประเด็นอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

แต่การถูกฟ้องมาจากการแชร์โพสต์หนึ่ง ซึ่งโพสต์ดังกล่าวเป็นผู้มีความรู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการนี้ มีคนแชร์โพสต์นี้เกือบ 400 คน แต่มีนายธีระชาติคนเดียวที่ถูกฟ้องเหมือนเป็นการพุ่งเป้า จึงขอให้กำลังใจนายธีระชาติ

เมื่อถามว่า อยากสื่อสารอะไรไปถึงนายไชยชนกหรือไม่ นางสาวรักชนก กล่าวว่า การเป็นรัฐมนตรีหน้าที่อย่างหนึ่งคือ มาสภาฯ ทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการตอบกระทู้หรือชี้แจงต่อ กมธ. ไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลยไป เพราะเรามีการออกหนังสือและนัดล่วงหน้า

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ตนเองมีโอกาสคุยกับนายไชยชนกนอกรอบ ซึ่งท่านยืนยันว่าจะไม่มาชี้แจงต่อ กมธ. นี้ ไม่ว่าจะว่างหรือไม่ว่างก็ตาม ถือเป็นปัญหา แม้ไม่อยากจะมาชี้แจง แต่ต้องให้ให้เกียรติตัวแทนใน กมธ. ที่ประชาชนเลือกมา ทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เรามีประชาชนสนับสนุนถึงมายืนตรงนี้ได้ และต้องใช้อำนาจแทนประชาชนอยู่

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  นายไชยชนก ถูกข้อครหาเสมอมาว่าจะต้องมีคนคอยห้อมล้อมเป็นลูกนาย ต้องมีคนออกมาปกป้องอยู่เสมอ ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง แม้กระทรวงดีอีจะเป็นกระทรวงเล็ก ๆ ก็จะต้องมีรัฐมนตรีช่วยมาคอยอนุบาล” นางสาวรักชนก กล่าว

นางสาวรักชนก จึงมองว่าการมาตอบ กมธ. และการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ อาจทำให้นายไชยชนกออกจากภาพที่ต้องเป็นไข่ในหิน เป็นลูกแหง่ หรือเป็นคนที่คอยมีผู้พิทักษ์ปกป้องตลอดเวลาได้ โตเป็นผู้ใหญ่ได้แล้วทำได้อะไรได้ด้วยตนเอง จึงขอให้มาชี้แจงต่อ กมธ. ด้วยตนเอง

สำหรับการประชุมสภาฯ สมัยหน้าที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โครงการ TH-AI passport เป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เพราะเรื่องนี้ทุกอย่างชัดเจน เหลือแค่กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการเมื่อไร เท่านั้นเอง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ