นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรว่าต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กับประเทศจีนว่า เรื่อง AI มีหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มพอสมควร และจากการที่เดินทางร่วมประชุม AI ที่ประเทศจีน ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก หรือ WIC ซึ่งอาจจำเป็นจะต้องเข้าร่วม และมีบางมุมที่ต้องพิจารณา
แต่ในส่วนของประเทศไทย หากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง ฉะนั้น ในมุมการเข้าร่วมจะต้องมีมุมเหล่านี้ เลยจะต้องมีการหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าจะวางตัวอย่างไร เพื่อหาแง่มุมต่าง ๆ
ส่วนมองว่าการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่นั้น นายยศชนันยืนยันว่า ท้ายที่สุดแล้วเป็นอย่างที่ตนพูดมาตลอด ตอนนี้ภายในเรามีความพยายามทำความเข้มแข็ง ในส่วนที่เรามีความจำเป็นจะต้องเข้มแข็ง ในเรื่องพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เลย ซึ่งที่ผ่านมาเราก็คุยกับหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ในเรื่องพื้นฐานของไทยให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด
ดังนั้น ที่เร่งทำมา 2-3 เดือน เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเราเอง แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่อง แต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด นอกจากนี้ มีการเตรียมทีมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน
เรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง จากนั้นก็ไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริง ๆ ว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่าง ๆ ซึ่งเคยเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าการออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ นายยศชนันยืนยันว่า ความรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น เราพูดมาตลอดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ AI อย่างเดียว
AI คือชั้นบนสุด ข้างล่างคือเรื่องข้อมูลทั้งหมด รัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้ ภาคเอกชนต่าง ๆ ต้องเข้ามาร่วม แต่ตรงไหนเสี่ยง รัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง
ฉะนั้น เรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมด เราก็ทำมาตลอด 3 เดือนนี้ ถ้าพูดถึงเรื่อง AI แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริง ๆ คือเรื่องของฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่าง ๆ ด้วย
เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมีเอกราชฐานข้อมูลว่า AI ตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง
นายยศชนันยังยอมรับว่า ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่น ก็จะตอบง่ายเลยว่าเรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น
ฉะนั้น เรื่องนี้มองว่าควรจะต้องลงทุนจริง ๆ และทุกคนก็ต้องมาร่วมกัน ใช้คอนเนกชันทั้งรัฐและเอกชน ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพราะมองว่า AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี และอยากให้มองในภาพรวมว่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร นายยศชนันขอให้มั่นใจ เพราะเราทำ กรอ. 4 ขา คือ
- ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- การขาย กำกับดูแลโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- คนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแล จะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย ฉะนั้น ขณะนี้เราเตรียมความพร้อมอย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งเราสามารถมองในเรื่องกฎระเบียบในการใช้ กรอ. เป็นตัวขับเคลื่อน
- การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแล