นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล และนัดไต่สวนพยานปากแรกที่ศาลฎีกา โดยกล่าวว่า ในภาพรวมคงไม่ได้ต่างจากเดิม และยังอยากยืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกเรา และเราเพียงแค่ใช้อำนาจหน้าที่ของพวกเราในฐานะ สส. ส่วนเนื้อหารายละเอียดในส่วนของคดี รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รวมถึงทีมกฎหมายพรรคประชาชน ได้ดำเนินการทุกอย่าง อย่างเต็มที่
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองคงไม่ได้มีข้อคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ และอยากโฟกัสกับการทำงานในสมัยการประชุมนี้มากกว่า ตามที่ได้นำแถลงไปตั้งแต่ตอนต้นว่า เราอยากจะผลักดันเรื่องอะไรกันบ้าง
เมื่อถามว่ามีข้อมูลพยานหลักฐานอะไรใหม่ที่เพิ่มเติมจากเดิมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยส่วนใหญ่ข้อมูลพยานหลักฐานมีความพร้อม เตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่ตอนต้นอยู่แล้ว คงไม่ได้มีอะไรที่คิดว่าเป็นสาระสำคัญ แต่ถ้าจะเสริมตรงนี้นิดเดียว อยากให้ย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่มีการยื่นแก้ไขกฎหมาย ในส่วนนี้พวกเราเองก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นความผิดอะไรในการใช้อำนาจในฐานะ สส.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้มองอีกด้านหนึ่งด้วยว่า สิ่งที่พวกเราต้องการคือประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย สส. ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่งเราอยู่ในระบบการเมืองที่ทั้งตัวรัฐธรรมนูญเอง องค์กรอิสระเอง กลไกทางกฎหมายเอง กำลังถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางการเมือง ในการทำให้คู่ขัดแย้งหรือว่าคู่แข่งทางการเมือง คนที่มีอำนาจใช้กลไกต่างๆ เหล่านี้มาทุบทำลายคู่ตรงข้ามทางการเมือง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเห็นปัญหาตรงนี้ตรงกัน หนึ่งในวาระที่พรรคประชาชนเตรียมจะผลักดันในสมัยประชุมนี้ อย่างเช่นในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และอื่นๆ รวมถึงคดี สว. ด้วยเช่นเดียวกัน อยากให้ทุกคนช่วยกันจับตาและส่งเสียงเรียกร้องเยอะๆ
เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือว่าจะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ถูกตามกฎหมายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจเต็มที่ อย่างที่บอกว่าในตัวรูปคดีหลักๆ คงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และก็ยังเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมา การใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ สส. ตั้งแต่วันแรกที่มีการยื่นร่างกฎหมายด้วยซ้ำ ดังนั้นคงไม่ได้เสียสมาธิจากวาระหลักๆ ที่อยากจะผลักดันในสมัยการประชุมนี้