นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี สส. ในพรรคประชาชนออกมาเปิดเผยว่า นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส. พรรคประชาชน จังหวัดอุดรธานี ที่มีพฤติการณ์โหวตสวนพรรคที่เรียกว่า งูเห่าสีส้ม และได้เป็น สส. เพราะซื้อเสียงว่า เรื่องที่คนของพรรคออกมาสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการตรวจสอบเบื้องหลัง ชี้แจงว่าบางอย่างอาจมีความเข้าใจผิด ที่ผ่านมาอาจมีข่าวลือจากการพูดคุยภายในพรรค
แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่มา ที่ไปเบื้องหลังของปัญหา ในฐานะทีมบริหารและตนเองได้มีการพูดคุยกับฝ่ายบริหารของพรรค จะมีการสื่อสารกับ สส. และองคาพยพของพรรคประชาชนเร็วๆ นี้ เพื่อที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อทุกคนจะได้มีข้อมูลข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน
แต่การดำเนินการไปข้างหน้า ยืนยันว่าพรรคพร้อมที่จะลงโทษ อย่างเด็ดขาด ให้ สส. งูเห่า ได้รับบทลงโทษที่หนักที่สุดที่สามารถได้รับในการกระทำนี้ แต่ขอหารือที่ประชุม สส. ภายในพรรคว่าจะลงโทษในรูปแบบใด จากนั้นจะมีการแถลงข่าวเร็วๆ นี้
นายณัฐพงษ์ เน้นย้ำเสียงหนักแน่นว่า การซื้อเสียงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่จากข่าวที่ออกไปว่าพรรคมีการรับรู้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่าบุคคลดังกล่าวมีการซื้อเสียงเข้ามา บางส่วนอาจเป็นความเข้าใจผิดหรือข่าวลือที่เกิดขึ้น โดยในพรรคมีระบบรับฟังความเห็น ผ่านคณะกรรมการสรรหา
“ตอนนี้เราตรวจสอบข้อเท็จจริงไปเบื้องหลังว่า ตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบัน ผ่านกระบวนการสรรหาอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างการเปิดระบบรับฟังความเห็นจากประชาชน จากที่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้สมัคร สส. ให้ประชาชนในพื้นที่ และทั้งประเทศส่งเสียงสะท้อนเข้ามาถึงข้อกังวลห่วงใย เมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบว่า กรณีนายสุริยาไม่มีการร้องเรียนเข้ามา บางทีเราอาจจะได้ยินข่าวลือ ตัวแทนของพรรคบางส่วนอาจจะได้ยินข่าวลือ ว่าพรรครับรู้มาแล้วหรือไม่แต่เหตุใดยังให้ลงสมัครต่อ ขอเรียนว่าบางส่วนอาจเป็นความเข้าใจผิด ดังนั้นขอทำความเข้าใจภายในพรรคให้เป็นที่สิ้นสุดข้อเท็จจริงเดียวกัน ส่วนบนลงโทษยืนยันว่าจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่คนเป็นงูเห่าจะต้องได้รับ” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีวันโหวตนายกฯ ก่อนโหวตให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีงูเห่า แต่พอโหวตเสร็จสิ้นบอกว่ารู้อยู่แล้วว่า ก่อนโหวตยืนยันด้วยเชื่อว่าจะไม่มีงูเห่าเกิดขึ้น เพราะบริบทในขณะนี้รัฐบาลเสียงข้างมากมีเสถียรภาพ และไม่มีความจำเป็นใดต้องทำเช่นนี้ และการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในภาพรวมต่อระบบการเมืองไทย การที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับ สส. คนใด ไม่ว่าพรรคการเมืองใดไม่ควรเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ที่มีการซื้อตัว สส. ข้ามขั้วหรือการโหวตสวนมติพรรคแบบนี้ได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำลายความคิดของตนเองที่คิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชน อยากให้ตั้งคำถามกลับไปว่าคนที่ทำเช่นนี้ทำไปเพื่ออะไร
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จากที่สัมภาษณ์ช่วงหลังโหวตนายกฯ ว่าได้ทราบมาก่อนหรือไม่ ยอมรับว่ารับทราบ เป็นเหตุผลที่ชี้แจงว่าเราฟังหูไว้หู เราต้องมีน้ำหนักแม้จะได้รับเสียงสะท้อนมาแต่การให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะไม่สามารถที่จะกล่าวหาเพื่อนร่วมได้ จนกว่าจะมีการกระทำเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจริง
พร้อมยังเปิดเผยว่ามีตัวแทนในพรรคได้พูดคุยกับนายสุริยามาโดยตลอด แต่จะขอความชัดเจนหลังมีการพูดคุยสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะตอนนี้อาจยังมีความเข้าใจกันอยู่บ้าง จะชี้แจงในพรรคว่ากระบวนการสรรหาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ส่วนบทลงโทษในหลักการเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ต้องทำให้เกิดบทลงโทษที่หนักและรุนแรงที่สุดที่จะทำให้เกิดเกิดขึ้นกับนายสุริยา วงศ์อารีได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการแก้ไขปัญหางูเห่า จะต้องแก้ไขที่ระบบการเมือง หากสุดท้ายรัฐธรรมนูญยังออกแบบบิดเบี้ยว เปิดช่องให้คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาขาย หรือการขายอุดมการณ์ตัวเองได้ เพราะนอกจากเกิดเหตุการณ์กับพรรคประชาชนแล้ว ชี้ว่ายังเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่นด้วย
จึงมองว่า สส. งูเห่าก็จะไม่หมดไปจากการเมืองเมืองไทย ดังนั้นหากจะแก้ไขเรื่องนี้ นอกจากกระบวนการตรวจสอบในพรรคที่ต้องมีความเข้มข้นมากขึ้นแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกติกาการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ ที่ประชามติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบแล้วให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ไม่ได้หวังเข้ามาครอบงำองค์กรอิสระ หรือกลไกทางการเมืองให้อยู่กับพวกของตัวเองอย่างเดียว