"เท้ง" ซัดรัฐใช้งบกว่า 7 แสนล้านตลอด 20 ปี แต่ปัญหาชายแดนใต้ยังไม่คลาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"เท้ง" เสนอรัฐบาลทบทวน 5 ข้อ ปมปัญหาชายแดนใต้ ทั้งระบบความมั่นคง-ข่าวกรอง ซัดใช้งบประมาณกว่า 7 แสนล้านบาทตลอด 20 ปี แต่ปัญหายังไม่คลี่คลาย

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ถึงข้อเสนอที่อยากให้มีการทบทวนระบบความมั่นคงแก้ไขรับมือและแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ในคืนนั้นมีเหตุระเบิดและวางเพลิงรวมกันถึง 51 จุด และยังมีเหตุการณ์ที่ต่อเนื่อง

ตนและพรรคประชาชนขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้ก่อความไม่สงบแต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวันเดียว

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน ช่างภาพพีพีทีวี
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน

และตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เราได้ใช้งบประมาณไปกว่า 7 แสนล้านบาทในการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

"จึงเป็นที่มาที่เราคิดว่าฝั่งของรัฐต้องคิดทบทวนในส่วนของระบบข่าวกรองและระบบความมั่นคงทั้งระบบ เพราะพวกเราเชื่อว่าความมั่นคงนั้นจะต้องเดินควบคู่ไปกับการเมืองและกระบวนการสันติภาพ" นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงขอเสนอ 5 ข้อ ดังนี้

ระบบข่าวกรอง หัวใจสำคัญในการป้องกันเหตุ เราควรต้องเปลี่ยนระบบข่าวกรองจากใช้ระบบข่าวกรองในการรับรู้เหตุไปสู่การป้องกันเหตุว่าตกลงแล้วหน่วยงานความมั่นคงของเราได้รับรู้ข่าวสารอะไรล่วงหน้าหรือไม่ ในวันที่ 22 ส.ค.69 ถ้าได้รับรู้ข่าวสารล่วงหน้าได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการอย่างไร

ดังนั้นรัฐบาลต้องทบทวนตั้งแต่กระบวนการรวบรวมข่าว การวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ไปจนการส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที

"ระบบข่าวกรองไม่ใช่เพียงแค่นำข้อมูลที่มีจำนวนมากมาประมวลผลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความสามารถและการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งให้กลายเป็นชุดเดียวกันจนนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ" นายณัฐพงษ์ กล่าว

ระบบข่าวกรองต้องสร้างความไว้วางใจต่อประชาชนให้ได้ เพราะการข่าวที่สำคัญคือการข่าวที่มาจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมานานการข่าวจากชุมชน จากประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่การที่ประชาชนจะไว้วางใจและให้ข้อมูลกับรัฐ รัฐก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วยว่าข้อมูลที่เขาพร้อมที่จะมาเปิดเผยให้กับรัฐพวกเขาจะได้รับความคุ้มครองปลอดภัย ไม่ใช่ว่ามาให้ข่าวกับรัฐแล้วแต่ต้องตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงด้วย

ดังนั้น รัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำงานร่วมกับร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่นภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เราจะเข้าไปหาข่าวเมื่อเกิดเหตุแล้วเท่านั้น การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่การแจ้งเบาะแสเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยและการประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ด้วย

ต้องทำให้หน่วยงานความมั่นคงของเรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลาย 10 จุด สะท้อนความจำเป็นที่เราต้องทบทวนการประสานงานระหว่างกัน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายข่าวกรอง และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รัฐต้องทำให้ข้อมูลด้านความมั่นคงถูกแลกเปลี่ยนและนำมาใช้ร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ถูกแยกส่วนเหมือนปัจจุบัน

การข่าวชายแดนต้องเชื่อมโยงกับการสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้านต่างประเทศ ซึ่งปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไม่สามารถแยกออกจากบริบทระหว่างประเทศเราและประเทศเพื่อนบ้านได้

เพราะต้องมองรวมกัน รัฐบาลต้องยกระดับความร่วมมือทั้งการข่าวและความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล และเครือข่ายการเคลื่อนไหวเส้นทางที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุข้ามพรมแดน

การพูดคุยสันติภาพต้องทำควบคู่กับการรักษาความั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย รัฐบาลต้องทำให้ช่องทางพูดคุยเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่ชัดเจนสามารถพูดถึงต้นเหตุของการเมือง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสีย ในจังหวัดชายแดนใต้ ได้มีส่วนร่วมไม่ปล่อยให้กระบวนการสันติภาพเป็นเพียงแค่เรื่องของรัฐบาลเป็นผู้เจรจาแค่สองฝ่าย

"การพูดคุยไม่ใช่แค่การให้ความชอบทำกับการก่อเหตุ ในทางตรงข้ามการพูดคุยเป็นกระบวนการทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง คือการทำให้การใช้เหตุความรุนแรงมีจำนวนเบาบางลง ไม่ใช่การใช้กำลังจะเป็นช่องทางเดียวในการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวเท่านั้น" นายณัฐพงษ์ กล่าว

สำหรับการใช้กฎหมายพิเศษรัฐบาลควรประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการใช้มาตรการ อย่างต่อเนื่องและกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนในการปรับระดับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพราะในคืนเดียวเหตุการณ์ 51 จุดนั้น จึงไม่ควรนำไปสู่คำตอบเพียงคำตอบเดียวว่ารัฐบาลจะต้องเพิ่มกำลังทหาร ต้องเพิ่มการใช้อำนาจพิเศษ

รัฐบาลไม่ควรจะต้องเพิ่มด่านตรวจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องเริ่มจากการทบทวนระบบความมั่นคงทั้งระบบ ที่หมายถึงระบบข่าวกรอง การวิเคราะห์ การประเมินสถานการณ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การทำงานร่วมกับประชาชน ไปจนถึงการทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้พรรคประชาชนเชื่อความมั่นคงที่ยั่งยืนต้องไม่วัดจากจำนวนกำลังพลเพียงอย่างเดียวแต่ต้องวัดจากความสามารถของรัฐในการป้องกันเหตุ ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐที่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยกระบวนการทางการเมืองและสันติวิธี

เมื่อถามว่าพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมีการตั้งคำถามว่ามี สส. ในพรรคพูดเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐประชาชน เบี่ยงประเด็นเพื่อไม่ให้พูดถึงการก่อเหตุ BRN นายณัฐพงษ์ ชี้ว่าสิ่งสำคัญในตอนนี้คือการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ประชาชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเชื่อใจจากประชาชนในพื้นที่ เชื่อว่าการให้ข้อเท็จจริงเท่านั้นจะนำมาสู่ผลที่ได้ดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไรเพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ขอให้รัฐบาลให้ข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุด

เมื่อถามว่าการที่ สส. ในพรรคออกมาพูดจากเพจพรรคประชาชนนราธิวาสและมีการโจมตีพรรคประชาชนว่าเป็น พรรคประชาชน BRN จะกระทบต่อภาพรวมคะแนนเสียงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หากปิดหน้าปิดชื่อ ถ้าการเกิดเหตุความสงบในพื้นที่ โดยเฉพาะเกิดจากผู้ก่อความไม่สงบเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันประณาม แต่ขณะเดียวกันการแก้ไขที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จคือการสร้างความเชื่อมั่นเชื่อใจต่อประชาชน

ดังนั้น ฝั่งผู้ใช้อำนาจรัฐต้องต้องใช้อำนาจอย่างถูกต้อง หากมีการตั้งคำถามจากใครที่อาจทำให้ประชาชนไม่สบายใจ ทุกคนควรออกมาส่งข้อสังเกตได้ แต่มองอีกมุมหนึ่งไม่ว่าใครออกมาตั้งคำถาม ในฐานะ สส. ตัวแทนประชาชน เชื่อว่าเป็นหน้าที่ต้องสะท้อนข้อมูลให้ครบทุกด้าน

"ดังนั้นในส่วนนี้ไม่อยากให้มองเป็นประเด็นเรื่องของการโจมตีทางการเมือง ว่าใครอยู่กลุ่มไหน คิดว่าคนที่ที่จะออกมาแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องที่สุดให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดคือหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝั่งรัฐบาลเอง" นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่าที่มีวัยรุ่นอ้างว่ามีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ สะท้อนถึงความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจรองการหรือไม่ ข้อมูลยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าอาจจะยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ไม่ขอใช้คำว่าเข้าใจถูกหรือเข้าใจผิด เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ได้ถูกตีแผ่ออกมา ตราบใดที่ยังมีความเข้าใจที่ตรงกันก็จะนำมาสู่ข้อกล่าวหากันไปมา ระหว่างประชาชนและหน่วยงานรัฐ จะเกิดปัญหาอยู่เรื่อย ๆ สิ่งสำคัญในตอนนี้หน้าที่ของรัฐบาลคือการให้ความจริงกับประชาชน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ