นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยถึงกรณีการเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น ทั่วประเทศ จำนวน 5,925 ราย ว่า หลังจากที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ประชุมแล้ว และส่งหนังสือไปยัง ก.จังหวัด ทุกจังหวัด เพื่อแจ้งรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอน ก่อนที่ ก.จังหวัด จะนัดประชุม
ขณะนี้มีการประชุมไปเกือบครบทุกจังหวัดแล้ว โดยวันนี้ (31 ส.ค.) เป็นวันสุดท้าย เหลืออยู่ประมาณ 6 จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่มีรายชื่อจะต้องเพิกถอน
ส่วนยอดรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอนวันนี้มีทั้งหมด 3,868 คน ไม่ใช่ 5,925 คน นายนิรัตน์ อธิบายว่า ยอด 5,925 คน เป็นจำนวนที่มีการแก้ไขคะแนนทั้งหมด ซึ่งตนและทีมงานได้ไล่ตรวจสอบ ไล่เทียบ เพื่อให้ละเอียดที่สุด และพบว่า ในจำนวน 5,925 รายได้รับการบรรจุไป 3,868 คน ส่วนอีก 1,000 กว่าคน อยู่ระหว่างรอบรรจุ ไม่ต้องเพิกถอน แต่ก็ไม่ต้องเรียกเขาบรรจุ จึงถือว่าครบถ้วนตามโจทย์จริงที่ได้รับ
ขณะนี้ทาง อปท.ได้มีการเพิกถอนครบแล้วใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ครบแล้ว ส่วนเหตุที่ต้องกำหนดวัน 31 สิงหาคมเป็นวันสุดท้าย เพื่อส่งรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอน เนื่องจากที่ประชุม ก.กลาง เสนอว่า อยากให้มีผลวันเดียวกัน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ขณะนี้มีใครฟ้องร้องมาบ้างหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี เพราะได้สร้างความชัดเจนไปพร้อมหลักฐาน และผลคะแนน ทั้งคะแนนจริงและไม่จริง ทุกคนก็ยอมรับ กรณีที่มีข้าราชการท้องถิ่น ชิงลาออกก่อนถูกเพิกถอนรายชื่อนั้น นายนิรัตน์ กล่าวว่า มีจำนวนทั้ง 146 คน ซึ่งก็อยู่ในจำนวน 3,868 คน
ส่วนประเด็นที่แม้จะลาออกแล้ว แต่สามารถเอาผิดได้หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า สถ. เน้นเรื่องการบริหารบัญชี เราไม่สามารถทำได้ทุกมิติ ในทีเดียวในเวลาอันสั้น แล้วให้เสร็จให้หมด ต้องกราบขออภัย ตนก็อยากทำแบบนั้น แต่เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีใหญ่ มีผู้เข้าสอบเกือบ 300,000 คนและขึ้นเกือบ 50,000 คน และมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำความผิดหรือไม่กว่า 1,000 คน ซึ่งไม่สามารถทำได้สำเร็จโดยคณะทำงานชุดเดียว ดังนั้น ต้องเน้นคนกลุ่มใหญ่ก่อน และวันนี้เราทำตามภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายได้สำเร็จ สำหรับบัญชีที่ต้องเพิกถอนออกและบรรจุคนใหม่เข้า โดยจะบรรจุคนใหม่มาแทนภายในเดือนตุลาคมนี้
ส่วนความคืบหน้าทางคดี นายนิรัตน์ ย้ำว่า คดีนี้เป็นคดีอาญา มีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ตาม MOU อาทิ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ตำรวจ ปปง. และดีเอสไอ ก็ได้รับเรื่องไปทำแล้ว หากสถ. ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดก็จะส่งต่อไปให้หน่วยงานตาม MOU
นายนิรัตน์ ยังเปิดเผยอีกว่ายังมีการส่งผลคะแนนที่ถูกต้องและเคยถูกอ้างว่าเป็นผลคะแนนที่ถูก ให้ ก.จังหวัดต่างๆ ซึ่งสถ. เปิดให้เจ้าตัวสามารถขอดูคะแนนตนเองได้ ทั้งที่กรมสถ.และ สำนักงานทั่วประเทศ 76 จังหวัด ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้มีทั้งหมด 1,489 คน ที่มาขอดูคะแนน ซึ่งทุกคนที่มาดูเมื่อชัดเจนแล้วก็กลับไป นี่เป็นมิติหนึ่ง ที่เราตั้งใจแสดงความโปร่งใส พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า 1,000 กว่าคน ถือว่าไม่น้อยที่มาขอดูคะแนน
ทั้งนี้ นายนิรัตน์ และบุญประสงค์ นวลสราญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้พูดคุยกันว่า “ปิดจ็อบ ๆ ” ก่อนที่ นายนิรัตน์ จะแบมือทั้งสองข้างให้ผู้สื่อข่าวดู แล้วย้ำว่า ปิดจ็อบ ๆ