“เรวัช” ลุยการเมืองเต็มตัว! เตรียมนั่งหัวหน้า “พรรครักเมืองไทย” ชูปราบยาเสพติด-ทุจริต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“เรวัช” เตรียมนั่งหัวหน้า “พรรครักเมืองไทย” ชูนโยบายปราบยาเสพติด-โกง ดึงคนรุ่นใหม่ร่วมทัพ ประกาศสู้การเมืองแบบไร้นายทุน

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปปส.) เปิดเผยผ่านช่อง YouTube “พรรครักเมืองไทยเรวัชหัวหน้า” ถึงความคืบหน้าในการเข้าสู่สนามการเมือง พร้อมเปิดที่มาของ “พรรครักเมืองไทย” แนวทางจัดทัพพรรค และนโยบายที่เตรียมนำเสนอประชาชน โดยประกาศจุดยืนเป็นพรรคของชาวบ้าน ไม่มีนายทุนหรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง พร้อมเตรียมนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วยตัวเอง 

พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ชื่อ “พรรครักเมืองไทย” มีที่มาจากกลุ่มแฟนคลับ (FC) ที่ช่วยกันตั้งชื่อและเผยแพร่ในโลกโซเชียล  

 

พรรคการเมือง YouTube “พรรครักเมืองไทยเรวัชหัวหน้า”
“เรวัช” ลุยการเมืองเต็มตัว! เตรียมนั่งหัวหน้า “พรรครักเมืองไทย” ชูปราบยาเสพติด-ทุจริต

ซึ่งเป็นชื่อที่ตนชื่นชอบ ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ที่เคารพเสนอจะยกพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วให้ แต่ตนปฏิเสธ เพราะต้องการดำเนินการด้วยตัวเอง

ต่อมาได้รับการเสนอจาก “กำนันบัญชา” รุ่นน้องชาวอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ บ้านเกิดเดียวกัน ให้รับช่วง “พรรคท้องที่ไทย” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมีเงื่อนไขให้ พล.ต.ท.เรวัช เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนกำนันบัญชาจะถอยไปดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และเปิดทางให้จัดโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ทั้งหมด

เดิม พล.ต.ท.เรวัช ตั้งใจเพียงรับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่เมื่อตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองแล้ว จึงเลือกที่จะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนำทัพหาเสียงด้วยตัวเอง

สำหรับขั้นตอนทางกฎหมาย พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ได้โทรศัพท์ไปจองชื่อ “พรรครักเมืองไทย” กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อพรรค รวมถึงจัดประชุมใหญ่เพื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร โดยพรรคเดิมมีสมาชิกประมาณ 13,000 คน และมีสาขาพรรค 5 สาขา

พล.ต.ท.เรวัช ประกาศจุดยืนว่า พรรคจะเป็น “พรรคของชาวบ้าน” ไม่มีนายทุนและไม่มีบุคคลอยู่เบื้องหลัง โดยค่าใช้จ่ายในการทำป้ายและค่าน้ำมันสำหรับเดินทางหาเสียง จะอาศัยเงินสนับสนุนจากพวกพ้องและกลุ่มแฟนคลับ

ขณะที่การคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ จะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มอายุประมาณ 25-26 ปี เข้ามามีบทบาท พร้อมผสมผสานคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ทำหน้าที่เสมือน “กัปตันเรือ” คอยประคับประคองและถ่ายทอดประสบการณ์

สำหรับนโยบายหลัก พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า หนึ่งในปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขคือยาเสพติด โดยต้องการปราบปรามอย่างจริงจัง ควบคู่กับการนำผู้เสพที่ประเมินว่ามีอยู่ประมาณ 2-3 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ

อีกนโยบายสำคัญคือการปราบปรามการทุจริต โดยยืนยันว่าจะยึดความซื่อสัตย์สุจริต ตัดสินถูกผิดตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ช่วยเหลือพรรคพวกหรือเพื่อนฝูงหากกระทำความผิด

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.เรวัช ยังแสดงจุดยืนเรื่องสิทธิของผู้ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย โดยไม่เห็นด้วยกับแนวคิดริบอาวุธปืนหรือจำกัดสิทธิของประชาชนที่ครอบครองปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมมองว่า ตราบใดที่รัฐยังไม่สามารถคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากอาชญากรรมได้อย่างทั่วถึง ประชาชนก็ควรมีสิทธิครอบครองอาวุธเพื่อป้องกันตัวภายใต้กรอบกฎหมาย

ด้านการเกษตร พล.ต.ท.เรวัช เสนอแนวคิดไม่ให้นำเข้าผลผลิตทางการเกษตรบางประเภทที่ประเทศไทยสามารถผลิตหรือเลี้ยงได้เอง เช่น สุกรและไก่ เพื่อปกป้องเกษตรกรไทย พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลราคาพืชผลหลัก ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง

“หลักใหญ่ ๆ เข้าไปจะปราบปรามการทุจริต ปราบปรามยาเสพติด”

ช่วงท้าย พล.ต.ท.เรวัช เปิดเผยความในใจถึงการตัดสินใจเข้าสู่การเมือง โดยยอมรับว่ามีทั้งเพื่อนสนิทและคนรอบข้างบางส่วนมองว่าอาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ เพราะต้องการเข้ามามีส่วนแก้ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการซื้อเสียง

พร้อมเปิดให้ตรวจสอบประวัติการรับราชการตำรวจ โดยระบุว่า ตลอดเส้นทางราชการไม่เคยถูก ป.ป.ช. สอบสวน หรือถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ