นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถึงเรื่องที่อยู่ในความห่วงใยและความกังวลของคนไทย และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งหลายคนเป็นนักท่องเที่ยวและมาทำงานในประเทศไทย โดยแยกออกเป็น 2 กรณี
กรณีแรกคือกลุ่มชาวอิสราเอลที่เข้ามาประกอบธุรกิจหรืออยู่ระยะยาวในประเทศไทยที่มีการกระทำผิดกฎหมาย
ซึ่งได้ชี้แจงกับทูตอิสราเอลว่ากรณีนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอลหรือใครก็ตามที่เป็นชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทย จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
เห็นได้จากกรณีการเนรเทศนายยาคอฟ โอฮะยอน ชาวอิสราเอล และนายเควิน ดิมิโน ชาวฝรั่งเศส ที่มีพฤติกรรมข่มขู่ สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติก่อนหน้านี้
ส่วนอีกกรณีคือประเด็นที่พูดคุยกันวันนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว
ซึ่งเป็นเรื่องของการกระทำและพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย กระทบต่อวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงความเป็นอยู่ของคนไทยในพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต ที่มีชาวอิสราเอลรวมตัวอยู่ในชุมชน ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่นิ่งนอนใจไม่ได้
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำอะไรก็ได้ นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติต้องเคารพวัฒนธรรมและค่านิยมของไทย เช่นเดียวกับที่คนไทยเดินทางไปต่างประเทศก็ต้องเคารพกฎระเบียบของประเทศนั้น ๆ
นายสีหศักดิ์ระบุเพิ่มเติมว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอลได้รับทราบปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ชี้แจงไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยเห็นว่าจำเป็นต้องยกระดับการทำงานร่วมกันให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
หากเราไม่ทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งไทยและอิสราเอลมีผลประโยชน์ร่วมกันหลายด้าน มีความร่วมมือสำคัญทั้งด้านการเกษตรและเรื่องแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอลกว่า 60,000 คน ฉะนั้นต้องจัดการกับปัญหานี้อย่างทันท่วงที ซึ่งได้พูดคุยกันแล้วว่าจะทำอย่างไรบ้าง
เบื้องต้น ขณะนี้ได้เร่งจัดทำเอกสารข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามสำหรับชาวอิสราเอลที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีการแจกจ่ายเอกสารผ่านสถานทูต กรมการกงสุลอิสราเอลที่กรุงเยรูซาเลม บริษัทนำเที่ยวของอิสราเอลที่ส่งนักท่องเที่ยวมาประเทศไทย และสายการบินต่าง ๆ ก็ให้ความร่วมมือ
ช่วงท้าย นายสีหศักดิ์ย้ำว่าวันนี้เป็นการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้รับทราบและเข้าใจปัญหา พร้อมขอให้ทูตอิสราเอลอย่าได้นิ่งนอนใจ รวมถึงอธิบายให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย
และถึงแม้ประเทศไทยจะให้ความสำคัญเรื่องการท่องเที่ยว แต่ไม่ได้มองแค่เรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของคนไทย เพราะการท่องเที่ยวควรเป็นช่องทางส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชน ไม่ควรก่อให้เกิดความขัดแย้งที่กระทบต่อภาพรวมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ