“วรศิษฎ์” โต้ฝ่ายค้านหวั่นสอบท้องถิ่นถูกตัดตอน ยืนยันไม่ปกป้องใคร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“วรศิษฎ์” โต้ฝ่ายค้านหวั่นคดีทุจริตสอบท้องถิ่นถูกตัดตอน ยืนยันไม่ปกป้องใคร ชี้เปิดรายชื่อผู้แก้คะแนนแล้วเกือบ 6,000 ราย ลั่นเด็กนายหรือเด็กใคร หากพบผิดต้องดำเนินการทั้งหมด

ที่อาคารรัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่น หลังฝ่ายค้านแสดงความกังวลว่าการตรวจสอบอาจเป็นการตัดตอนว่า ต้องถามว่าความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากไหน เพราะสิ่งที่ตนย้ำมาตลอดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คือจะดำเนินการอย่างถึงที่สุดกับทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าว มีการเปิดเผยกรณีในจังหวัดนครศรีธรรมราช  

 

สอบท้องถิ่น ช่างภาพพีพีทีวี
“วรศิษฎ์” โต้ฝ่ายค้านหวั่นสอบท้องถิ่นถูกตัดตอน ยืนยันไม่ปกป้องใคร

พบผู้เข้าสอบ 2 รายที่มีความใกล้ชิดหรือมีนามสกุลเดียวกับข้าราชการระดับสูง และพบว่ามีการแก้ไขคะแนน 

โดยก่อนหน้านี้ได้ย้ำว่าจะดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่เปิดเผยรายชื่อว่ามีใครบ้างที่มีการแก้ไขคะแนน ก็คือคณะตรวจสอบที่กระทรวงตั้งขึ้นมา ดังนั้นจึงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร ใช้นามสกุลอะไร หรือมีความเกี่ยวข้องกับใครก็ตาม ตนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องดังกล่าว เพราะหากพบว่ามีความผิด ก็ต้องดำเนินการทั้งหมด

ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยรายชื่อกว่า 10 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ “โควตาเด็กนาย” ที่ไม่ได้เข้าสอบ แต่กลับมีรายชื่อได้รับการบรรจุ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยดังกล่าว จึงอาจต้องขอกลับไปตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่ทราบกันว่าเกิดจากการแก้ไขคะแนน โดยมีผู้ที่เดิมได้คะแนนน้อย แต่ภายหลังพบความผิดปกติ ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่หากพบว่ามีการแก้ไขคะแนนจริง ก็ถือเป็นการผิดหลักการอย่างชัดเจน และขณะนี้ได้มีการตรวจพบและเปิดเผยรายชื่อออกมาแล้วเกือบ 6,000 ราย ขั้นตอนปัจจุบันคือ เราถอดถอนคนที่คะแนนมีความผิดปกติออกมาแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการเรื่องการเรียกใช้บัญชีต่อ คือบรรจุคนที่รอบรรจุกลับไปให้เร็วที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบได้ด้วยความสุจริต ซึ่งถูกคนที่แก้คะแนนแซงคิวไป

“จะเด็กนายหรือจะเด็กใคร จะจ่ายหรือไม่จ่าย เราก็ต้องทำ คือสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งตอนนี้คือ บุคคลเหล่านั้นมีการแก้ไขคะแนน เพราะฉะนั้นเนี่ย เขาจะจ่าย 5 หมื่น 5 แสน 5 ล้าน หรือไม่จ่าย หรืออย่างไร ไม่ใช่ประเด็น ยังไงเราก็ต้องดำเนินการทุกคนอยู่แล้ว” นายวรศิษฎ์ กล่าว

ส่วนการเยียวยากลุ่มผู้สอบที่ได้รับผลกระทบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือ ผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเองและได้รับการบรรจุไปแล้ว ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้ประสานมายังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจว่า จริง ๆ แล้วพวกเขาก็เสียสิทธิ์บางส่วนเช่นเดียวกัน เพราะหากไม่มีคนที่ทุจริตแก้ไขคะแนนเข้ามาแทรกหรือแซงคิว พวกเขาก็น่าจะได้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใกล้บ้าน ใกล้พ่อแม่ หรือสามารถดูแลครอบครัวได้

กลุ่มดังกล่าวจึงได้ประสานมายังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ เพื่อขอให้พิจารณาเรื่องการเลือกพื้นที่ใหม่ หรือการปรับเรื่องการโอนย้ายก่อน ในส่วนของตำแหน่งที่มีการถอนผู้ที่กระทำผิดออกไป โดยมองว่าเป็นสิทธิของผู้ที่สอบได้โดยสุจริต

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือผู้ที่กำลังรอการเรียกบรรจุ ซึ่งอยู่ในรอบที่ 4 โดยขณะนี้กำลังพิจารณาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อเยียวยากลุ่มผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 กลุ่มให้เกิดผลและสร้างความพึงพอใจแก่ทุกฝ่ายมากที่สุด โดยไม่ให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเสียหายซึ่งกันและกัน

สำหรับกรอบแนวทางการเยียวยาจะมีความชัดเจนเมื่อใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องให้ ก.กลาง เป็นผู้พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุม ก.กลาง ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ โดยแม้จะมีหลายเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม แต่เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในวาระที่จะนำไปพิจารณาด้วย

นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า ไม่ว่าบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทุจริตจะเป็นใคร จะไม่มีการละเว้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการต่อ ได้แก่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจเรียบร้อยแล้ว ใครทำก็ต้องรับ เป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบ

ส่วนข้อสังเกตว่าท้ายที่สุดแล้วอาจไม่มีหลักฐานว่าการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่า และไม่ควรนำความรู้สึกมาใช้เป็นตัวตัดสิน สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้คือข้อเท็จจริง โดยมั่นใจว่า ป.ป.ช. จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับทีมตรวจสอบของกระทรวง รวมถึงคณะของนายประกร ที่ดำเนินการโดยยึดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากมีการกล่าวหาว่ามีการปกป้องหรือกันบุคคลบางคนออกจากการตรวจสอบ ตนมองว่าคงไม่ปรากฏรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนและมีนามสกุลเดียวกับผู้ใหญ่หรือข้าราชการระดับสูงออกมา ดังนั้น การดำเนินการทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าใครเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนอย่างไร โดยต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ไม่สามารถเหมารวมทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกันได้ เพราะการที่บุคคลหนึ่งรู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับอีกบุคคลหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะต้องมีความผิดด้วย

นายวรศิษฎ์ ยังยกตัวอย่างว่า ปัจจุบันพรรคการเมืองบางพรรคมีการเรียกบุคคลไปชี้แจงกรณีเกี่ยวกับนอมินี หรือมีข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง Forex ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ต้องตรวจสอบว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดจริงหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกทุกคนในพรรคจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ