จากกรณีปะทะฝีปากเดือด ระหว่าง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน หลังซัดแรงไปถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาว่า เป็นขี้ข้ารับใช้นาย กรณีวางกรอบการทำงาน กมธ. ซึ่งฝ่ายค้านมองว่า เป็นการริบอำนาจ
เกี่ยวกับประเด็นนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ ผู้การแต้ม ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV ชี้แจงถึงเรื่องที่มีการให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า
“ถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก” ว่า ที่ตัวเองพูดไปแบบนั้น เป็นการเปรียบเปรยถึงบ้านของตัวเอง ที่หากไม่เคารพผู้ใหญ่ และต่อว่าผู้ใหญ่ ทำแบบนี้พ่อกับแม่ตัวเองก็จะตบปาก แต่ตบไม่ได้แรง ตบแบบสั่งสอนเบาๆ
เมื่อถามว่า แต่เรื่องนี้เป็นการทำหน้าที่ สส. ประเด็นนี้ผู้การแต้ม ถามกลับว่า แล้วการทำหน้าที่ สส. ต้องมาด่าชาวบ้านหรือไม่ และประธานสภาก็ถือเป็นชาวบ้าน และการด่าแบบตีรวนเช่นนี้ ต้องดูด้วยว่า นายโสภณ เป็นประธานสภา ที่ต้องดูแลข้าราชการสภา 2,000 – 3,000 คน แล้วแบบนี้ลูกน้องจะคิดอย่างไร รวมทั้งภรรยาของ นายโสภณ เคยเป็นอดีตนายกเทศมนตรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์ อีกทั้งนายโสภณ เป็น สส. ที่ต้องเดินพบปะชาวบ้าน ฉะนั้นการใช้คำด่าว่า “ขี้ข้า” เป็นการทำเกินไป ซึ่งตนก็ยอมรับว่า เรื่องนี้รับไม่ได้
ผู้การแต้มเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในวันพรุ่งนี้ นายโสภณ จะมีการมอบอำนาจให้คนไปแจ้งความ นางสาวภคมน ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากใช้คำพูดกล่าวว่าเป็น “ขี้ข้ารับใช้นาย” ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อ 4-5 เดือนก่อน ก็เคยแจ้งความไปแล้ว 1 คดี หลังจากใช้ถ้อยคำลักษณะเดียวกันกล่าวหา
นอกจากนี้ยังตนเองจะพิจารณาว่า จะดำเนินคดีกับ นางสาวภคมน หลังกล่าวหาว่ามีคนนามสกุล “สังข์ประไพ” เป็น 1 ในคนที่โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น เพราะการพูดลอยๆ แบบนี้ทำให้ตัวเองเสียหาย พร้อมย้ำว่า เรื่องของการตีกรอบการใช้อำนาจของ กมธ. สภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เกี่ยวกับ นายโสภณ ซึ่งเรื่องนี้คนที่ออกมาแถลงข่าวโจมตีก็รู้อยู่แล้ว แต่เล่นการเมือง เพราะแค่อยากจะเรียก นายโสภณ เข้ามาชี้แจงเท่านั้น ทั้งที่เรียกเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาก็ได้